รายงานการประชุมนักเรียนทุนเพื่อกระชับความสัมพันธ์และเรียนรู้วิธีกำจัดความเครียด

Mental

เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ และนักเรียนทุน และระหว่างนักเรียนทุนด้วยกันเอง รวมถึงนักเรียนทุนที่เพิ่งเดินทางมาใหม่จะได้ทำความรู้จักกับเพื่อน รุ่นพี่หรือรุ่นน้องที่ศึกษาสาขาวิชาเดียวกันหรือมีแหล่งประเภททุนเดียวกันที่เดินทางมาศึกษาก่อนหน้า รวมทั้ง สนร. เห็นว่าการที่จะศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่นให้ประสบความสำเร็จ นักเรียนควรที่จะมีทั้งสุขภาพกายและใจที่ดี จึงนำมาซึ่งการริเริ่มการจัดการประชุมนักเรียนทุนขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยได้เรียนเชิญแพทย์หญิง 2 ท่านจากประเทศไทยมาเป็นวิทยากรให้ความรู้กับนักเรียนในงานประชุมครั้งนี้ด้วย คุณหมออนัญญา สินรัชตานันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ และคุณหมอจรรยพร เจียมเจริญกุล โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทั้งสองท่านเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น 

 Mental2

ในการประชุมครั้งนี้มีนักเรียนทุนเข้าร่วมจำนวน 45 คน ประชุมเริ่มเวลา 9.30 น. โดยอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) น.ส. สมใจ คล้ายสุบรรณ์ ได้กล่าวเปิดการประชุมและขอบคุณคุณหมอที่ให้เกียรติและกรุณาสละเวลาเดินทางมาให้ความรู้และฝึกอบรมนักเรียนทุนให้มีสุขภาพจิตที่ดีเพื่อการเรียนที่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งในวันนี้น้องๆ นักเรียนสามารถหารือและขอคำแนะนำจากคุณหมอได้หากมีเรื่องกังวลใจ ที่ประเทศไทยเราอาจจะกังวลว่าการที่ไปพบจิตแพทย์เพื่อพูดคุยหารือแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่คนอื่นรอบข้างอาจจะมองว่าเรามีปัญหาทางจิตหรือไม่ การยอมรับของสังคมไทยเรายังมีน้อย ความจริงการพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ในสังคมปัจจุบันทุกคนมีความเป็นไปได้ที่จะประสบกับปัญหา มีความเครียดและส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจของเรา การได้รับคำแนะนำดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยญชาญแต่เนิ่นๆ สามารถที่จะทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ดีกลับคืนมาและใช้ชีวิตประจำวันของเราได้อย่างมีความสุข จึงเป็นโอกาสอันดีที่วันนี้เราจะสามารถได้รับความรู้พร้อมทั้งสามารถหารือขอคำแนะนำจากคุณหมอเป็นรายบุคคลได้ด้วยหากเรารู้สึกว่าในช่วงนี้เรารู้สึกเครียดหรือสุขภาพร่างกายและจิตใจเราอ่อนแอลง  

Mental3

หลังจากที่เราถ่ายรูปหมู่เพื่อเป็นที่ระลึกกันแล้วคุณหมอได้เริ่มกิจกรรมให้ความรู้และเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการความเครียดและการเข้าใจตนเอง รู้จักจุดอ่อนจุดแข็งเพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการปรับตัวให้สามารถศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ในช่วงแรกคุณหมอเริ่มจากให้นักเรียนยื่นขึ้น ขยับตัว แกว่งแขนไปมา หายใจเข้าและผ่อนลมหายใจออกช้าๆ เพื่อผ่อนคลาย ให้เล่นเกมส์เป่ายิ้งฉุบคนแพ้ให้ไปต่อท้ายคนชนะไปเรื่อยๆ ซึ่งทุกคนดูเอาจริงเอาจังมากกับการเป่ายิ้งฉุบ อทศ. พี่แขกของเราก็กลายเป็นนักเรียนไปด้วยถัดจากนั้นนักเรียนยืนเป็นวงกลมและเล่นเกมส์แนะนำตัวเอง คุณหมอให้นักเรียนบอกชื่อและบ้านเกิดที่ละคน แต่ก่อนที่จะบอกของตัวเองต้องไล่บอกชื่อที่แต่ละคนได้บอกมาแล้ว หากจำของเพื่อนร่วมเกมส์ที่ผ่านมาไม่ได้สามารถช่วยกันได้ ทำให้รู้ว่าน้องๆ เราความจำดีมั่ก จำเก่ง แต่ก็มีที่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนถิ่นกำเนิดให้กับเพื่อนร่วมเกมส์ก็มี ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะได้มากมาย

คุณหมอได้กล่าวเกี่ยวกับเกมส์นี้ว่า ในตอนแรกเราอาจจะรู้สึกว่าเกมส์นี้เหมือนจะยากแต่พอจริงๆ เราก็สามารถจำได้ ซึ่งหากจำไม่ได้หรือจำผิด ก็เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเพื่อนร่วมเกมส์รับสิ่งรอบข้างที่เข้ามา อาจจะมีคนที่พร้อมจะช่วยเราอยู่แต่เราไม่เคยมองสบตาคนเหล่านั้น ให้สามารถหัวเราะให้กับความผิดพลาดของตัวเราได้ การได้หัวเราะจะทำให้ใจเราเบาขึ้น ในเกมส์เรายังหัวเราะได้แต่ทำไมเกมส์ในชีวิตเราถึงหัวเราะไม่ได้ พยายามก่อนด้วยตนเองเหมือนกับตอนที่ต้องจำที่เราจะอยู่กับตัวเองมากและเมื่อทำเต็มที่แล้วยังไม่ได้ เช่น เรียนหนัก เครียด เหนื่อย ต้องหาวิธีมองสบตาผู้คน อาจจะมีคนพร้อมจะช่วยเราแต่เราไม่เคยรับรู้เนื่องจากความรู้สึกที่เราอยากจะได้อยากจะเป็นนั้นมีมากเกินจนไม่ได้สังเกตุเห็นว่ารอบข้างมีคนที่พร้อมจะก้าวเข้ามาช่วยเหลือเราอยู่  

ต่อจากนั้น คุณหมอให้เล่มเกมส์ผู้นำ 4 ทิศ เพื่อให้เราได้รู้จักตนเองอย่างท่องแท้และเป็นสะพานในการเข้าใจผู้อื่น โดยจะมีโจทย์อยู่ 8 ข้อให้เลือก 4 ตัวเลือกที่ตรงกับเราที่สุด และทำการแบ่งกลุ่มแยกตามหมายเลขตัวเลือกที่เราได้เลือกมากสุด คุยกันในกลุ่มเกี่ยวกับลักษณะนิสัย หาจุดอ่อนจุดแข็ง ชอบไม่ชอบอะไร และให้เลือกตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอลักษณะเฉพาะของกลุ่มตนเอง

ผู้นำ 4 ทิศ แบ่งได้เป็น

-           กระทิง “เป้าหมายมีไว้พุ่งชน”

-           หนู “ผู้หล่อเลี้ยงและประสานความขัดแย้ง”

-           นกอินทรี “นักครีเอทีฟ”

-           หมี “มั่นคงดุจภูผา”

ซึ่งในแต่ละผู้นำทั้ง 4 ทิศจะมีบุคลิกลักษณะที่แตกต่าง มีข้อดีข้อเสียทำให้เรารู้ว่าเรามีลักษณะนิสัยอย่างไร พร้อมมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขจุดอ่อนข้อเสียของเรา และให้เราสามารถเข้าใจคนอื่นที่อยู่ในกลุ่มที่แตกต่างเพื่อเราจะได้สามารถรู้เค้ารู้เราและปรับตัวให้สามารถอยู่ด้วยกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะนิสัยโดยพื้นฐานแล้วชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่มีความแตกต่าง เราจึงสามารถนำหลักการผู้นำ 4 ทิศดังกล่าวนี้มองบุคคลรอบข้างที่มีความเกี่ยวข้องกับเรา เช่น อาจารย์ที่ปรึกษาหรือเพื่อนร่วมชั้นเรียน/ห้องทดลองว่าเป็นผู้นำแบบใดและเราควรจะทำอย่างไรเพื่อจะได้เข้ากับบุคคลเหล่านั้นได้เพื่อให้การเรียนและการใช้ชีวิตของเราเป็นไปอย่างราบรื่น และก่อนที่จะพักรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน นักเรียนได้ทำแบบสอบถามเพื่อวัดระดับความเครียดในตัวเองว่ามีมากน้อยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่ช่วงการเรียนรู้วิธีการจัดกับความเครียดในภาคบ่ายต่อไป

รู้จักความเครียด เรามักจะมองกันว่าความเครียดเป็นสิ่งไม่ดี แต่ความจริงแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลยแล้วดี ตามปกติเราจะมีความเครียดเล็กๆ น้อยๆ ในตัวของเราเองอยู่แล้ว เช่น หิวก็เครียด กินมากก็เครียด ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถแก้ไขได้ ถ้าเราหิวเราก็แก้โดยการกิน ถ้าเรากินมากเราก็แก้โดยการกินน้อยลง หรือบางคนไม่ได้นอนไม่ได้เมาท์กะเพื่อนเครียดกว่าหิว ดังนั้นแต่ละคนแม้จะมีเรื่องราวเดียวกันแต่ตอบสนองแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพการณ์ทางสังคมและการรับรู้ที่แตกต่าง ยกเว้นในบางกรณี เช่น ทุกคนเครียดเมื่อเสียคนที่รักไป

เมื่อเราประสบกับปัญหาเกิดความเครียด เรามักจะคิดว่า “ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมต้องเกิดขึ้นกับเรา” หากเราเปลี่ยนความคิดหรือมุมมอง บางครั้งจะทำให้ช่วยลดความเครียดได้โดยคุณหมอได้ยกกรณีศึกษา “หลวงพ่อดีเนอะ” แห่งวัดมัชฌิมาวาส  อุดรธานี ทุกข์สุข ดีเลวล้วนแล้วแต่อยู่ที่วิธีคิด ถ้าคิดบวกเรื่องก็ออกมาเป็นบวก

นอกจากนี้คุณหมอได้แนะนำว่า เราสามารถเปลี่ยนความเครียดให้เป็นประโยชน์ได้ ความเครียดมีหลายระดับ การมีความเครียดเล็กน้อยจะดีเนื่องจากเป็นการกระตุ้นให้เราทำและรู้สึกท้าทาย แต่เมื่อไหร่ที่มากเกินจนถึงเสียสมดุล เราก็จะไม่ไหวและเลิกทำทุกอย่าง รู้สึกอึดอัดไม่สบาย อาการทางจิตใจจะออกทางร่างกาย เช่น ใจสั่น มือเย็น ปวดหัว ปวดกระเพาะ ท้องเสีย ท้องผูก ปวดไหล่ ปวดคอ บางคนหายใจไม่อิ่ม เป็นต้น

เคล็ดลับและการรับมือกับความเครียดแตกต่างกัน ลักษณะของผู้มีสุขภาพจิตที่ดี คือ 1)รู้จักและยอมรับตัวเอง 2)รู้จักและยอมรับผู้อื่น 3)เข้าใจและยอมรับความเป็นจริงในชีวิตโลก 4)มีความสามารถในการจัดการอารมณ์ได้เหมาะสม สุขภาพจิตที่ดีต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง 4 อย่างนี้ และไม่มีเทคนิคการขจัดความเครียดที่มีรูปแบบแน่นอน แต่เมื่อเรารู้สึกว่าเราเกิดความเครียดขึ้นแล้วต้องหยุดความคิดนั้นก่อน บอกตัวเองว่าหยุดดังๆ และหยุดพักการทำงาน/กิจกรรมที่กำลังทำอยู่นั้นชั่วคราว ลุกไปดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำยืดเส้นยืดสาย สะบัดแขนขา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น คุณหมอได้ให้ข้อสังเกตุว่า คนเราจะคิดได้ทีละอย่างดังนั้นหากเรารู้จักจับเราต้องรู้จักปล่อย ต้องตัดใจบ้าง รู้ว่าอยู่กับตรงนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำได้อยู่ดี  ต้องรู้จักแบ่งเวลา ทำงานอดิเรกที่สนใจ ถนัดและชื่นชอบ เรื่องการออกกำลังกายก็สำคัญเพราะจะช่วยให้เราผ่อนคลายและมีสมาธิที่ดีขึ้น

การที่เรามีเป้าหมายในชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่เราไม่ควรลืมที่จะเก็บเกี่ยวความสุข สัมผัสหรือดื่มด่ำกับการใช้ชีวิตระหว่างทางที่เราจะไปยังจุดหมายด้วยเพราะบางครั้งพอเราไปถึงจุดหมายปลายทางแล้วก็อาจจะไม่เป็นไปดังที่เราคิด การใช้ชีวิตระหว่างทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่าเป็นเหมือน “ม้าลำปาง”  เนื่องจากม้าลำปางที่ใช้ลากจูงรถม้าจะมีการใส่บ้องตาให้เพื่อกันม้าตื่น ทำให้ม้าเห็นแต่เพียงด้านหน้าเท่านั้น จึงหมายถึงว่าเราอย่ามองแต่สิ่งแคบๆ เอาที่ไปเป็นเป้าหมายเท่านั้น

คุณหมอได้ลองให้นักเรียนดูรูปๆ หนึ่ง ซึ่งบางคนอาจจะเห็นเป็นเพียงรูปๆ เดียวแต่แท้จริงแล้วเป็นรูปของหญิงสาวกับคนแก่อยู่ในรูปเดียวกัน เราจะสามารถเห็นได้หากเราถอยออกมาจากที่เดิมนิดนึงหรือเปลี่ยนมุมที่มองอยู่อีกหน่อย  ข้อเท็จจริงจึงไม่ได้มีเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีทางออกเดียว อีกทั้งทุกคนสามารถมีความคิดและมุมมองที่แตกต่าง เมื่อมุมมองต่างการรับรู้ก็ต่างกัน ที่เป็นปัญหาอาจเป็นเพราะเรามองทางเดียว

นักเรียนได้เขียนปัญหาที่ตนเองประสบตามที่คุณหมอแนะนำทั้งปัญหาที่แก้ไขได้และไม่ได้ ซึ่งจะทำให้เราเห็นปัญหาแล้ววิธีแก้ได้ดีและชัดเจนขึ้น และสำหรับปัญหาที่ไม่มีทางแก้เราก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ปล่อยวาง โดยวิธีที่เราจะวางปัญหาลง เราสามารถฝึกฝนทักษะได้ ในครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่ายาก แต่หลังจากที่ได้ฝึกฝนจนมีทักษะเราก็จะวางได้ง่ายขึ้น และคุณหมอได้สอนวิธีการฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลายให้กับนักเรียนด้วย

คุณหมอได้กล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะจบกิจกรรมกลุ่มว่า “หากเราสามารถดึงศักยภาพของเราออกมาได้แล้ว เราก็พร้อมที่จะสู้ ตัวตนเราจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น เราต้องสนุกกับชีวิตสนุกกับสิ่งที่มีอยู่ ถึงแม้บางคนอาจจะไม่ได้อยากที่จะมาศึกษาที่นี่ก็ตามแต่เราก็ได้มาแล้ว ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น เป้าหมายก็สำคัญแต่คุณค่าระหว่างทางที่มีอยู่ก็สำคัญเช่นเดียวกัน” 

Mental4

 

 

 

Latest News Pellentesque tristique tellus tristique leo rutrum ut dapibus mauris consequat.

  • 1
  • 2
Prev Next

แจ้งข่าวการโอนเงินงวด ตุลาคม -ธันวาคม 25…

✻ข่าวเพื่อทราบ✻ สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศญี่ปุ่นจะเป็นผู้ดำเนินกา...

ประชาสัมพันธ์ทุนกระทรวงวิทย์ฯ (สมัครบัดน…

ประชาสัมพันธ์รับสมัครคัดเลือกบุคคลในต่างประเทศเพื่อรับทุนรัฐบาลที่จัดสรร...

แจ้งเตือนเรื่องใบประกันสุขภาพ

เนื่องจากปัจจุบันกองตรวจคนเข้าเมืองได้เปลี่ยนมาใช้ระบบ Residence Card ซึ...

(ข่าวการศึกษา)--รายงานการเยี่ยมผู้บริหารและนักเรียนไทย ณ มหาวิทยาลัย Miyazaki

(ข่าวการศึกษา)--รายงานการเยี่ยมผู้บริหาร…

เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2556 อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) น.ส....

Latest News

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4