กำลังใจถึงน้องโอดอสรุ่น 3 จากพี่หมอ ฑริกติมา โอดอสรุ่น1

บทความให้กำลังใจจากรุ่นพี่โอดอส รุ่นที่ 1 น.ส.ฑริกติมา  เลิศกิจลักษณ์

ตุลาคม 2547              เข้าศึกษาที่โรงเรียนสอนภาษา JET ACADEMYในฐานะของนักเรียนทุน 1 อำเภอ1ทุน รุ่นที่ 1 (คอร์สเพื่อศึกษาต่อ ระยะเวลา 1ปีครึ่ง)

มีนาคม 2549              จบการศึกษา โรงเรียนสอนภาษา JET ACADEMY

เมษายน 2549  - มีนาคม 2553           เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีคณะอักษรศาสตร์ เอกการประชาสัมพันธ์และมีเดีย มหาวิทยาลัย โทไก

เมษายน 2553 - มันาคม 2555           เข้าศึกษาระดับปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ เอกการศึกษาภาษาญี่ปุ่น รับทุน Yoneyama Rotary

                                             ( เมษายน  2553 - มีนาคม 2555)

เมษายน 2555 - ปัจจุบัน     เข้าทำงาน ตำแหน่งอาจารย์ประจำ วิชาภาษาญี่ปุ่น เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพ

บทความภาษาไทย และภาษาญี่ปุ่นดังต่อไปนี้

เสียงเชียร์สำหรับน้องๆ - - - สู้เข้านะ

เมื่อ 8 ปีก่อน พี่ได้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่า ยังเด็กมาก ไม่แคยแม้แต่ออกจากบ้านไปไหนคนเดียว ไม่เคยแม้แต่นั่งรถไฟ แน่นอนว่าการที่จะไปญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลำหรับพี่และครอบครัวมาก แต่พอนึกขึ้นมาว่า ปีนี้ก็จะมีน้องๆ ที่ต้องเดินทางไปญี่ปุ่นเหมือนกับที่พี่เคยไป พี่ก็มีความรู้สึกหลายอย่างที่อยากจะบอกน้องๆ เผื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นกำลังใจ ให้น้องๆ ทุกคนได้ก้าว และสู้ต่อไป พี่อยากบอกน้องๆ ว่า ถ้าที่ๆ ไปคือ ญี่ปุ่น และ คนๆ นั้นที่ไป คือน้องแล้วละก็.. จะต้องบรรลุเป้าหมายได้อย่างแน่นอนค่ะ

การไปต่างประเทศนั้น นอกจากปัญหาทางด้านการใช้ชีวิต เรื่องเงินๆทองๆ ก็ยังมีปัญหาของภาษาและวัฒนธรรมที่ทำให้เราต้องกังวลเสมอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้แน่นอนว่าเราไม่สามารถทำอะไรหรือแก้ไขด้วยตัวคนเดียวได้ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ แม้ว่าน้องๆ จะเดินทางไปที่ญี่ปุ่นเพียงลำพัง ไม่มีใครไปด้วย แต่เมื่อน้องๆ ได้เข้าสู่โรงเรียนสอนภาษาแล้วนั้น น้องก็จะมีครอบครัวใหม่ขึ้นมาทันที ครอบครัวที่ว่านี้คือ ครอบครัวที่ผูกพันธ์กันด้วยภาษาญี่ปุ่นค่ะ

พี่เรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกที่โรงเรียนที่มีชื่อว่า JET  ACADEMYค่ะ เริ่มเรียนตั้งแต่ตัวอักษร ฮิระงะนะ ในห้องที่ตอนนั้นถือว่าเป็นห้องที่มีระดับต่ำที่สุด (เบื้องต้นสุดๆ) เพื่อนๆ เป็นคนเกาหลี ไต้หวันและฮ่องกง เค้าพูดภาษาอังกฤษเก่ง แต่ว่าพี่พูดไม่เก่ง ก็เลยต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นที่เรียนไปทีละเล็กละน้อยในการสนทนากับเพื่อนๆ ค่ะ เมื่อเทียบกับประเทศที่เค้าใช้คันจิ แน่นอนว่าเด็กไทยเราอ่อนกว่าเขามากค่ะ คันจิจำไม่ได้บ้าง ออกเสียงไม่ได้บ้าง มีหลายครั้งที่ท้อกับปัญหา เพราะทุกสิ่งทุกอย่างใหม่หมด ต้องจำใหม่ทั้งหมด พี่หนีปัญหา และหลอกตัวเองมาเสมอว่าเพราะเราเป็นชาติที่ไม่ได้ใช้คันจิ เราเลยทำคะแนนได้ไม่ดี แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ค่ะ ทุกครั้งที่ทำการสอบย่อย ไม่ว่าอย่างไร คะแนนของเราก็ผ่านพ้นครึ่งไปได้อย่างฉิวเฉียด ต่างกับที่เราเคยได้เต็มเกือบตลอดในวิชาอื่นเมื่อตอนอยู่ประเทศไทย หลายครั้งเข้า พี่ก็รู้ตัวว่า ที่จริงแล้ว พี่ยังพยายามไม่พอต่างหาก ผลมันถึงออกมาเป็นแบบนี้

พี่พูดได้เต็มปากเลยว่า ภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่ภาษาง่ายๆ ที่เรียนๆ ก็จำได้ วัฒนธรรมญี่ปุ่นก็ไม่ใช่แค่เรื่องราวในหนังสือที่อ่านผ่านๆ แล้วก็จะเข้าใจหรือเข้าถึงได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง มันสำคัญที่ความรู้สึก อยากรู้ ต่างหาก ถ้าเรามีความสนใจในเรื่องอะไร เราก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ มากขึ้น ต่อให้มีกำแพงสูงมากั้น บางคนก็ปีนข้ามไป บางครั้งก็พังกำแพงไป เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรก็ตาม ขอเพียงแค่มีความรู้สึกที่อยากจะทำให้มันสำเร็จอยู่ในใจ แล้วลงมือทำด้วยความมุ่งมั่น ความสำเร็จก็รอเราอยู่เสมอ พี่เชื่ออย่างนั้น

เวลาที่ต้องมีการลงแข่ง หรือทำอะไรซักอย่างเพื่อให้ได้ผลสำเร็จ คนไทยก็บอกว่า โชคดีนะ หรือ Good luck.ในภาษาอังกฤษ แต่คนญี่ปุ่น เค้าบอกว่า 「頑張って!」คือ สู้เข้านะ ซึ่งแฝงความหมายไว้ว่า ทำสิ่งที่ต้องการด้วยมือของคุณ สู้เข้านะ อย่ายอมแพ้ ถ้าน้องๆ ไปอยู่ญี่ปุ่นแล้ว เลิกพึ่งดวง แล้วทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุดด้วยความสามารถ ด้วยสองมือของน้องเอง ตามวิถีของคนญี่ปุ่น

ปีนี้ก็เป็นอีกปีที่จะมีน้องๆ ได้ไปเรียนที่ญี่ปุ่น ไม่มีใครรู้ได้หรอกว่า น้องๆ จะได้พบเจอกับอะไร หรือได้เรียนรู้อะไรมากมายเหมือนกับพี่หรือเปล่า แต่ว่าพี่หวังจริงๆว่า อยากให้น้องๆ ได้เรียนรู้หลายเรื่องหลายราวที่จะได้พบที่ญี่ปุ่น อยากให้น้องใข้เวลาให้เป็นประโยชน์ ในการคบหากับเพื่อนๆ หลายๆชาติ อยากให้น้องพยายามฟัง พูด อ่านและเขียนภาษาญี่ปุ่นเยอะๆ อยากให้น้องทำความเข้าใจ อย่ากลัว กับการลองเข้าไปสัมผัสถึงอะไรก็ตามที่น้องไม่เคยรู้จัก หรือแม้แต่วัฒนธรรมแปลกๆ อยากให้น้องค้นหา สิ่งที่น้องอยากทำจริงๆ แล้วตั้งมันให้เป็นจุดมุ่งหมาย เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้ และสุดท้าย พี่อยากให้น้องให้ความสำคัญกับทุกๆ คนที่น้องได้เจอหรือรู้จักที่ญี่ปุ่น เท่าที่น้องจะทำได้

ท้ายที่สุดแล้ว พี่ขอบอกกับทุกคนที่ได้อ่านข้อความนี้ หากที่ๆ น้องจะไปเรียนนั้น เป็นประเทศญี่ปุ่น และคนที่จะไปคือน้องแล้วละก็.. จะต้องบรรลุเป้าหมายได้อย่างแน่นอนค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องอยู่ลำพังคนเดียว เพราะครอบครัวที่ผูกพันธ์กันด้วยภาษาญี่ปุ่นนั้น มีสมาชิกอยู่ทั่วทั้งโลก และมากมายกว่าที่น้องคิดเอาไว้เสียอีกค่ะ

みなに声援

8年前に来日して初めて日本語を習った私は、とにかく幼かった。一人で家を出たこともなくて、自分で電車に乗ったこともなかった私は、日本の留学はとても不安なものだった。今年もまた、私のように日本に旅立っている人がいると思うと、何か声援を贈りたい気持ちになる。「日本なら大丈夫、そして、君ならきっとやれるよ」と、小さなことだが、みなのその踏み出す第一歩の背中を押してあげたいのだ。海外に行くには、生活や費用の問題はもちろん、言語の問題・文化の問題も関係している。一人だと、何もできないのが現状だ。だけれど、一人で日本に行って、もう君は一人じゃない。日本語学校に入った時点で、日本語でつながる家族ができたのだ。

私はJET日本語学校というところで「あ い う え お」から、勉強し始めた。当時の一番下のクラスのiクラスだった。英語が話せない私は、韓国人や台湾人、香港人などの友達と、少しずつ習った日本語を使ってコミュニケーションをとるしかなかった。漢字を使っている国に比べると、タイ人の私はやはり出来が悪いほうだった。慣れていない漢字、ちゃんと発音できない日本語、すべてが覚えないといけないことばかりだった。国では漢字を使っていないといういい訳で、ずっと自分と向き合うことから逃げていた。毎回小テストの結果は、いつも国ではほぼ満点を取っていた自分がぎりぎりで合格していた。情けない、もっと頑張るしかないと、やっと自分の努力の足りなさに気づいたのだった。

日本語ははっきり言って簡単な言語じゃない。日本の文化も、ただ本を読んで理解できるものでもない。どちらも、知りたいという気持ちが大切だと、私は思う。関心があれば人間はそのためにできることをする。高い壁があっても、向こうのことが気になれば、壁を壊したり、乗り越えたりするのが良くあることだろう。だから、何のこともそう、やり遂げたいという気持ちさえあれば、あとは頑張っていくだけだ。必ず、成功が待っていると、私は信じている。

何かを成功させるときに英語ではよく、「Good Luck!」(幸運でありますように)と言うが、日本語では「頑張って!」と言う。その言葉には、「自分の力で頑張ってできるまでやってください」という思いが入っているのだ。日本に行ったら、運任せにしてはいけない。自分の力で、最後の最後まで頑張っていくのが日本のやり方だ。

今年もまた私の後輩が日本に留学をする。私と同じ思いをするのだろうか、それは誰にも分からないことだ。しかし、私が望んでいるのは、私よりもいろいろなことを学んで欲しい。時間を有効に使って様々な国の人と友達になってほしい。日本語にできるだけ触れて、話すことも、書くことも、読む、聞くこともいっぱい使って欲しい。そして、知らないことがあっても、自国では考えられない文化でも、怖からずに体験をして欲しい。自分のやり遂げたいことを見つけてやり遂げて欲しい。そして最後に、日本であった人々との絆を大事にして欲しい。これを読んだみなに伝えたい。留学先が日本なら大丈夫、そして、君ならきっとやれる。この世界には君が思っているよりも、日本語でつながっている家族が近くに居るのだ。

 

Latest News

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4