Logo

เล่าประสบการณ์แผ่นดินไหวในคุมาโมโตะ โดย น.ส.กุหลาบ นทร.ทุนโอดอสรุ่น3

写真

นางสาวกุหลาบ ระบาเลิศ นักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน รุ่นที่3 ศึกษาอยู่ ณ Tokai University, Aso Campus KUMAMOTO

ได้เล่าประสบการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในวันที่ 15 เมษายน 2559 โดยหวังว่าประสบการณ์ครั้งนี้ จะช่วยเตือนให้เพื่อนๆมีความพร้อมในการเตรียมตัวรับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันด้วย

 

หลังจากแผ่นดินไหวครั้งแรก

วันที่15 เมษายน เวลา 20:00 .โดยประมาณ ด้วยความคิดว่าแผ่นดินไหวคงจะหยุดแล้ว ดิฉันกับรุ่นพี่คนไทยที่มาพักด้วยกันจึงทำเนื้อย่างทานกันอย่างสบายใจ หลังจากนั้นก็อาบน้ำและเลือกดูหนังเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับแผ่นดินไหว เพราะมันตื่นเต้นและเข้ากับสถานการณ์ช่วงนี้ดี เราเลือกดูเรื่อง San Andreas มหาวิบัติแผ่นดินแยก ดูหนังเรื่องนี้ได้ประมาณครึ่งเรื่อง ด้วยเมื่อวานเราไม่ค่อยได้นอนเพราะ after shock เราก็เลยง่วง แล้วก็นอนกันอย่างวางใจว่าแผ่นดินคงจะไม่ไหวอีกแล้ว เพราะเมื่อวานก็ไหวแรงและมี after shock ตลอดทั้งวัน

 

ของแท้มาแล้ว

 

วันที่ 16 เมษายน เวลา 1:25 . รู้สึกเหมือนห้องสั่นแรงมากเหมือนอยู่บนเปลที่ถูกแกว่งอย่างรุนแรง มีฝุ่นปลิวมาใส่หน้า ตู้หนังสือล้ม ปริ้นเตอร์ตกลงมาจากโต๊ะ และรู้สึกเจ็บตรงโหนกแก้มด้านขวา ในเวลาเดียวก็ได้ยินเสียงตามสายว่า แผ่นดินไหว  แล้วเราสองคนก็ตื่น แต่ดิฉันยังคิดว่าฝันไปหรือเปล่าแล้วจะเอาผ้าคลุมหัวนอนต่อ พี่เลยบอกว่าทำไมมันรู้สึกเย็นๆ พอลุกแล้วมองออกไปดูหน้าต่างหายไปไหนไม่รู้ ณ วินาทีนั้นเริ่มกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูก เริ่มจากหาโทรศัพท์มือถือ ก็หาไม่เจอ จะเปิดไฟก็เปิดไม่ติดเพราะตัดไฟแล้ว จากนั้นดิฉันก็ยังพยายามหาโทรศัพท์ต่อ พี่เลยถามว่าเราจะทำยังไงดี เราเลยบอกว่าลอดใต้โต๊ะไหมคะ พอจะลอดก็ลอดไม่ได้เพราะโต๊ะญี่ปุ่นมันเล็กและหนังสือที่ตกจากตู้มันไปอยู่ที่ใต้โต๊ะ ตอนนั้นพยายามตั้งสติหาโทรศัพท์ให้เจอ เมื่อเจอโทรศัพท์จึงเปิดไฟฉายแล้วส่องดูในห้องเพื่อจะหยิบเอากระเป๋าที่เตรียมไว้และได้ยินเสียงคนอยู่ข้างล่าง เรารู้แล้วว่ามีคนออกมาจากห้องและไปรวมกันอยู่ข้างล่าง พอจับกระเป๋าได้จะออกจากห้อง แต่ประตูเปิดไม่ออก(ประตูกั้นห้องนอนกับห้องครัว) ดันสองสามครั้งก็ยังไม่ออก จึงตัดสินใจจะเรียกเพื่อมาช่วย พอมองลงไปแต่ละคนดูวุ่นๆ ดิฉันเลยมองหน้าพี่และคิดว่าต้องออกไปให้ได้ จากนั้นก็ถีบประตูเต็มแรงประตูจึงเปิด พอเปิดออกไปสิ่งที่ได้เห็นทำให้ตกใจ ที่เปิดประตูไม่ได้เพราะตู้เย็นล้มปิดประตู ของทุกอย่างล้มกระจัดกระจายทั่วพื้นห้อง พยายามหารองเท้าที่ใส่ได้หยิบมาหนึ่งคู่ พอสิ่งไฟฉายดู ไม่ใช่คู่ ข้างหนึ่งเป็นส้นสูง อีกข้างเป็นผ้าใบ จึงโยนสองข้างนั้นเข้าไปแล้วหยิบคู่ที่อยู่ใกล้ประตูทางออกแล้วใส่ พอใส่เสร็จทั้งสองคนแล้วเดินลงบันไดมา ภาพที่เห็นมันเหมือนในหนังเลย แผ่นดินแยก หอเอียง มองไปบ้านหลังตรงข้ามล้มลงหมดเลย หอพักใกล้ๆกันก็เอียงกำลังจะล้ม ได้ยินเสียงเรียกหากันสนั่น ตอนนั้นafter shock ก็ยังมีมาเรื่อยๆ หอของดิฉันก็เริ่มเช็คจำนวนคนว่ามากันครบไหม พอครบแล้วจึงไปรวมกันที่ศูนย์อพยพซึ่งเป็นสนามกีฬาของโรงเรียนประถมใกล้ๆหอพัก พอถึงศูนย์อพยพเริ่มคิดว่าต้องฝากข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นแต่แอพพลิเคชั่นนั้นใช้ไม่ได้ จึงโทรหาเพื่อนที่อยู่โตเกียวและบอกว่าที่นี่แผ่นดินไหวแรงมากตอนนี้อยู่ที่ศูนย์อพยพแล้ว ฝากบอกพี่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนด้วยนะว่าเราปลอดภัย จากนั้นพยายามโทรหาแม่ แต่โทรไม่ได้ สัญญาณโทรศัพท์หายและแบตเตอรี่หมด ระหว่างที่อยู่ที่ศูนย์อพยพ แต่ละหอพักจะเช็คจำนวนสมาชิกของตัวเองและนั่งกันเป็นกลุ่ม ดิฉันใส่เสื้อแขนยาวหนึ่งตัวกับกางเกงขายาว โชคดีที่คนที่หอเข้าใจจึงเอาผ้าห่มที่ได้มาห่มให้ แต่ละกลุ่มนั่งคุยกันดิฉันจึงถามเพื่อนบอกว่าเจอครั้งนี้แรงสุดตั้งแต่เกิดมา พอรุ่งสาง after shock น้อยลง เราจึงกลับไปที่หอพักเพื่อหยิบเอาของที่สำคัญและจำเป็น ดิฉันจึงเดินขึ้นไปหยิบผ้าห่ม เสื้อกันหนาว โน๊ตบุ๊ค แต่ไม่หยิบกระเป๋าเงิน จึงกลับมาที่ห้องอีกครั้งเพื่อหยิบกระเป๋าเงิน สิ่งที่ติดตัวมาตอนแรกมีพาสปอต ขนม ของกิน โทรศัพท์เท่านั้น เราอยู่ที่ศูนย์อพยพโรงเรียนประถมแห่งนี้จนถึงประมาณ 10:00. จึงย้ายไปที่โรงยิมมหาวิยาลัยโตไก เพราะตอนเย็นฝนจะตก แต่ละคนต่างขนของของตัวเอง ที่จำเป็นมากคือน้ำกับอาหาร เพราะไม่รู้ว่าจะได้อยู่ที่นี่ถึงเมื่อไหร่ ระหว่างทางที่เดินไปเห็นบ้านพังข้าวของกระจัดกระจาย ถนนแตกแยกเป็นร่อง บางที่ยกระดับ บางที่ลดระดับลง รู้สึกหดหู่มากและสงสารคนญี่ปุ่นบ้าน รถ ข้าวของเก็บมาตั้งนาน พอถึงมหาลัยแต่ละคนจะจับจองที่นอนของตัวเอง ช่วยกันทำความสะอาดโรงยิม ดิฉันพักกับพี่ที่พักอยู่ด้วยกันคืนนั้น พี่ติวเตอร์ และพี่ปริญญาโท อีกคน พอจัดที่นอนเสร็จพี่ติวเตอร์ชวนไปที่เซเว่น  ที่อยู่ตรงทางเข้ามหาวิทยาลัยและพี่ติวเตอร์ก็กลับห้องไปเอาอาหาร ขนม น้ำ ถุงขยะ มาด้วย เดินไปเรื่อยมองหอพัก บางหลังมีสองชั้นแต่ชั้นหนึ่งพังทลายมองๆเหมือนมีชั้นเดียว บ้านบางหลัง หลังคาแหลก ไม้ฝาที่ใช้เป็นฝาผนังหลุด ของข้างในล้ม เสาไฟฟ้าเอียง มีตำรวจ ทหาร หน่วยกู้ภัย เข้ามาเริ่มตรวจหาคนที่ติดอยู่ เก็บกวาดซากตึกที่พัง ยิ่งเดินดูรอบๆหมู่บ้านยิ่งคิดในใจว่า นี่ฉันอยู่ในหนังรึเปล่า 

 

ทุบตู้เอาน้ำ

 

พอเดินไปใกล้ๆเซเว่น เจอผู้ชายสามคนเดินมาจากเซเว่น แล้วบอกพี่ติวเตอร์ว่าเซเว่นปิด น้ำก็ไม่มีจะทำไงล่ะ ทุบตู้ขายน้ำเลยไหม พี่ติวเตอร์เลยบอกว่าทำแบบนั้นก็เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อย่าทำ หนึ่งในสามคนนั้นเลยบอกว่า เออใช่ มันผิดกฎหมายเราก็ไม่ควรทำ  กลุ่มนี้เลยบอกว่า ที่เซเว่นใช้โทรศัพท์ได้ เราก็รีบเดินไปที่หอพักของพี่อีกคน(ไปกันสามคน)เพื่อเอาน้ำและอาหาร แล้วเดินไปที่เซเว่น ดิฉันจึงโพสต์ไปที่เฟสบุ๊คว่าดิฉันกับพี่อีกคนปลอดภัยดี แล้วโทรศัพท์ก็แบตเตอรี่หมด สักพักเราจึงเดินกลับไปที่มหาวิทยาลัย ใกล้กับทางเข้าเคยมีสะพานใหญ่แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว สะพานใหญ่ขาดทำให้รถเข้ามาและออกไปไม่ได้ ดินจากภูเขาถล่มลงมาปิดถนนอีกด้วย

 

ฮีโร่มีจริง

 

เดินไปถึงโรงยิมมหาวิทยาลัย ได้รับน้ำเปล่ากับอาหารกลางวันแล้วไปนั่งทานบนที่ที่เตรียมไว้ พี่ติวเตอร์ดึงถุงใส่ขยะออกมาแล้วเอาเศษพลาสติกทิ้งลงไปในถุง ดิฉันคิดในใจ ขนาดอพยพยังทิ้งขยะเป็นที่สุดยอดจริงๆ หลังจากทานอาหารเสร็จ ถึงเวลาพักผ่อน อาจารย์ท่านหนึ่งเดินมาแล้วมาคุยกับพี่ติวเตอร์และเดินไปดูแลเด็ก ยังมี after shock ตามมาเรื่อยๆ อาจารย์เดินสำรวจรอบโรงยิมและคุยกับพี่ติวเตอร์ว่าถ้าไหวหนักคืนนี้คงไม่ไหวแน่ อาจารย์จึงพาเราสี่คนเก็บของแล้วจะพาไปในที่ที่ปลอดภัย ตอนเจออาจารย์ตอนแรกเราก็งงนะว่าอาจารย์มาได้ยังไงทั้งๆที่ถนนแตก สะพานขาด รึว่าอาจารย์นั่งเฮลิคอปเตอร์มา เก็บของเสร็จเดินออกมาข้างนอกโรงยิม โอ้ แม่เจ้า อาจารย์ขับรถมาจากบ้านซึ่งห่างจากที่นี่มากๆ แล้วอาจารย์ใช้เส้นทางไหนถึงมาได้ พวกเราขนของขึ้นรถอาจารย์แล้วอาจารย์พานั่งรถไปเส้นทางที่ไม่เคยรู้มาก่อน อาจารย์ขับรถไปตามเส้นทางที่คิดว่าจะไปได้ แต่บางเส้นทางถูกตัดขาดเพราะแผ่นดินไหว อาจารย์ยังไม่หยุด อาจารย์พยายามหาเส้นทางใหม่ที่สามารถเข้าไปในเมืองได้  เมื่อขึ้นไปบนภูเขา ได้กลิ่นแก๊สซัลเฟอร์ ซึ่งนั่นแปลว่าภูเขาไฟอะโสะปะทุอีกแล้ว ด้วยเหตุที่นั่งรถขึ้นเขาลงเขาหลายลูก ดิฉันอาการไม่ค่อยดี เวียนหัว ตัวเหลือง ภาวนาในใจว่าสิ่งศักด์สิทธิ์โปรดช่วยคุ้มครองพวกเราห้าคนด้วยเถิด  ความพยายามของอาจารย์สัมฤทธิ์ผลเมื่อเข้ามาถึงโอสึ ฮิการิโนะโมริ ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวน้อยกว่าที่มินะมิอะโสะ อาจารย์ไปส่งที่บ้านของนักวิจัยท่านหนึ่งที่ทำงานในมหาวิทยาลัย เมื่อลงจากรถอยากจะตอบแทนอาจารย์มากๆแต่ทำได้แค่พูดว่าขอบคุณ หลังจากนั้นอาจารย์เดินทางกลับไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อไปดูแลนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยต่อไป 

 

ถึงน้ำไม่ไหลแต่น้ำใจยังเปี่ยมล้น

 

อาจารย์มาส่งที่บ้านนักวิจัย คุณพ่อ คุณแม่ ของนักวิจัยและตัวของนักวิจัยเองมีน้ำใจมาก ยิ้มแย้มต้อนรับอย่างดี จนอยากจะร้องไห้ เมื่อเข้ามาในบ้านจึงโทรติดต่อพี่น้ำ สำนักงานผู้ดูแลนักเรียน พี่น้ำบอกว่าดีใจมากที่ออกมาได้ ขอบคุณพี่น้ำที่เป็นห่วงนะคะ พอคุยกับพี่น้ำเสร็จแล้วก็โทรหาคุณพ่อ พูดคุยกันเสร็จก็ทานอาหาร อาหารมื้อนั้นคือข้าวมื้อแรกของวัน มีที่นอนนุ่มๆให้นอน ถึงแม้คืนนั้นจะยังนอนไม่ค่อยหลับก็ตาม ตอนเช้าดิฉันกับพี่คนไทย เตรียมตัวจะไปขึ้นรถบัสที่สถานทูตจัดเตรียมให้ที่มหาวิทยาลัยคุมะโมะโตะกับคนไทยอีกส่วนหนึ่ง นักวิจัยอาสาไปส่งถึงที่นั่น ขอบคุณมากๆนะคะ

โตเกียว

รถบัสของสถานทูตมาส่งที่สนามบินฟุกุโอกะ ซื้อตั๋วและรีบบินไปโตเกียวในวันนั้น พอมาถึงโตเกียวรู้สึกโล่งอก แต่อีกความคิดหนึ่งยังคิดถึงมินะมิอะโสะ อยากกลับไปที่นั่นเร็วๆ แต่ยังกลับไม่ได้  ขอบคุณพี่ๆสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน ขอบคุณอาจารย์ ขอบคุณนักวิจัยและครอบครัว ขอบคุณพี่ติวเตอร์ ขอบคุณพี่คนไทยที่ช่วยเหลือกันมา ขอบคุณพี่ ป. โท ขอบคุณสถานทูต ขอบคุณเพื่อนหอ  ขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ ครู เพื่อน พี่ นะคะ ขอบคุณแผ่นดินไหวครั้งนี้ที่ทำให้รู้อย่างลึกซึ้งว่าการมีชีวิตอยู่นั้นมีคุณค่ามากแค่ไหน

สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อมีแผ่นดินไหวแล้วมี after shock ตามมาเรื่อยๆ

1.ไม่ควรชะล่าใจว่ามันหยุดแล้ว

2.ควรจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นและสำคัญไว้ในกระเป๋าให้พร้อม เช่น อาหาร ผ้าห่ม กระเป๋าเงิน พาสพอต ไฟฉาย ที่ชาร์จแบตสำรอง

3.ถ้าห้องคุณมีประตูสองที่ (ประตูเชื่อมครัวกับที่นอน และ ประตูออกจากห้อง)ตรงประตูเชื่อมครัวควรเปิดเอาไว้ เพื่อสะดวกเวลาหนี

4.ควรจดเบอร์โทรศัพท์บุคคลที่จะติดต่อเมื่อจำเป็นไว้ในกระดาษ เผื่อโทรศัพท์แบตหมดอาจจะยืมของเพื่อนโทรได้

5.ไม่ควรตั้งกระจก ตู้ โต๊ะ ไว้ใกล้กับที่นอน เพราะเมื่อแผ่นดินไหว มันจะล้มมาทับได้

6.เรียกสติกลับมาให้ไว เพราะสติจะทำให้รอด

 

 

 

 

Royal Thai Embassy 3-14-6, Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo JAPAN 141-0021.
Copyright © 2013 | Office of Educational Affairs in Japan All rights reserved.