ขอแสดงความยินดีกับนายสิริณัฐฯ นทร.ทุนไทยพัฒน์ได้รับรางวัลเสนอผลงานวิจัยที่ดี

สนร.ขอแสดงความยินดีกับนายสิริณัฐ  ตั้งธรรมจิต (ซุ่ย) นักเรียนทุนรัฐบาลไทยทุนไทยพัฒน์ ปัจจุบันศึกษา ระดับปริญญาโท ปีที่ Graduate School of Information Science and Engineering,Tokyo University of Technology

น้องซุ่ยได้เข้าร่วมงานสัมมนาทางวิชาการ ที่มีชื่อว่า "Software Engineering Symposium (情報処理学会ソフトウェアエンジニアリングシンポジウム2010" และได้รับรางวัล 学生奨励賞

สนร. ขอแสดงความยินดีกับน้องซุ่ยและขอนำบทสัมภาษณ์การเรียนการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นของน้องซุ่ยมาเล่าให้ฟังค่ะ

ประวัติย่อ

นายสิริณัฐ  ตั้งธรรมจิตจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และสอบชิงทุนรัฐบาลทุนไทยพัฒน์ ได้มาศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่นในระดับป. ตรี - ป.โท

ก.ย. 2547 -มี.ค. 2549   เดินทางมาประเทศญี่ปุ่นและเข้าศึกษา ณ สถาบันสอนภาษา JASSO

เม.ย. 2549- มี.ค. 2553  ศึกษาระดับปริญญาตรี ณ School of Engineering, Tokyo Institute of Technology

เม.ย. 2553 - ปัจจุบัน      ศึกษาระดับปริญญาโท ณ Graduate School of Information Science and Engineering,

                               Tokyo Institute of Technology

Q.รบกวนเล่าถึงรางวัลที่ได้รับว่ามาจากการแข่งขันอะไร

ซุ่ย. ก่อนอื่นต้องบอก่อนครับว่าไม่ใช่การแข่งขันเป็นงานสัมมนาทางวิชาการ ชื่อว่า Software Engineering Symposium (情報処理学会ソフトウェアエンジニアリングシンポジウム2010โดยเป็นสัมมนาที่รวมผลงานวิจัยเกี่ยวกับวิศวกรรมซอฟท์แวร์มานำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยมีระบบเหมือนกับงานสัมมนาทางวิชาการทั่วไปที่ต้องส่งงานวิจัยให้เค้าตรวจก่อนถ้าผ่านก็จะได้ไปนำเสนองานของตัวเองผมส่งงานวิจัยที่ทำตอนเรียนปริญญาตรีไปครับ

รางวัลที่ได้รับคือ学生奨励賞เป็นรางวัลที่ให้แก่นักเรียนที่ได้รับการยอมรับว่าได้นำเสนอผลงานวิจัยที่ดีโดยมีผู้ได้รับรางวัลนี้สองคน อีกคนเป็นคนญี่ปุ่นครับ  การตัดสินผู้เหมาะสมรับรางวัลอยู่ที่ดุลพินิจของคณะกรรมการผู้จัดตั้งงาน  โดยดูจากเนื้อหางานวิจัยและการนำเสนอ

Q.ได้แง่คิดอะไรจากงานสัมมนาทางวิชาการดังกล่าว

ซุ่ย.การร่วมงานสัมมนาทางวิชาการแบบนี้ให้อะไรเราหลายๆอย่างครับ ที่ได้ตรงๆเลยก็คือความคิดเห็นเกี่ยวกับงานวิจัยของเราจากบุคคลอื่นๆที่เค้ามีประสบการณ์มากกว่า เช่นอาจารย์มหาวิทยาลัยอื่น หรือ คนจากบริษัทเอกชนที่เค้าทำวิจัยใกล้เคียงกับเราทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติมจากประสบการณ์ของเขา และการพูดคุยกับคนเหล่านี้ยังช่วยให้เราได้มองเห็นข้อด้อยในงานของเราที่เราควรจะปรับปรุงต่อไปเป็นที่แน่นอนว่า เราไม่ได้คุยกันแต่เรื่องงานวิจัยอย่างเดียวบางคนให้คำแนะนำด้านการนำเสนองานและด้านอื่นๆด้วยครับนอกจากนี้ยังได้กำลังใจและแรงกดดันในการทำงานต่อด้วยครับ

Q.เหตุใดจึงเลือกเรียนด้านคอมพิวเตอร์

ซุ่ย. สำหรับคำถามนี้คงไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่า "ผมชอบ"ครับ ผมก็แค่เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวผมชอบ เพราะตั้งแต่เรียนจนทำงานเราจะต้องอยู่กับสิ่งๆนี้ไปอีกหลายสิบปี ถ้าเราไม่ชอบจริงๆก็คงเป็นอะไรที่ลำบากในทางกลับกัน การเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบทำให้ผมให้ความสนใจและตั้งใจกับสิ่งๆนี้ได้ครับ

Q.เวลาว่างชอบทำอะไร

ซุ่ย. ผมเรียนและทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์อยู่แล้วเวลาว่างๆผมไม่ค่อยจะอยู่หน้าคอมเท่าไหร่ครับ ส่วนมากจะหาอะไรทำ เช่น นอน ดูหนังดูการ์ตูน เที่ยวกับเพื่อน หาของอร่อยๆกิน หาอะไรสนุกๆทำเวลาดูทีวีแล้วมีอะไรน่าสนใจผมจะจดไว้ครับ พอว่างก็ลองไปดูลองทำดูแต่หลักๆเลยที่ทำอยู่เป็นประจำก็คือไปเล่นบาสครับ ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายเล่นกีฬาช่วยให้รู้สึกดีได้มากเลย

Q.สิ่งที่ได้เรียนมาอยากนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างไร

ซุ่ย.ผมเรียนวิศวกรรมซอฟท์แวร์ครับเป็นการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมประเทศไทยเรายังด้อยเรื่องอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์อยู่มากผมอยากใช้ความรู้ตรงนี้ไปช่วยพัฒนาการผลิตซอฟท์แวร์ของประเทศเราให้ทันต่างชาติให้ได้มาตรฐาน และที่สำคัญ ให้ใช้ค่าใช้จ่ายในการผลิตน้อยที่สุดหลายคนอาจจะคิดว่าการสร้างโปรแกรมมันจะเสียค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย คอมก็มีแล้วที่เหลือก็ค่าซีดีที่จะใส่โปรแกรมไปขาย แต่จริงๆแล้วต้นทุนการผลิตโปรแกรมมาจากเงินเดือนของโปรแกรมเมอร์ครับ  เพราะฉะนั้นจึงต้องวางระบบการพัฒนาให้ใช้เวลาน้อยที่สุดและตอบสนองความต้องการของซอฟท์แวร์นั้นๆได้อย่างครบถ้วนซึ่งก็เป็นเนื้อหาที่ผมเรียนอยู่ตอนนี้ครับ

Q.เคล็ดลับในการเรียนให้ประสบความสำเร็จ

ซุ่ย.ผมจะแบ่งเวลาครับ เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่นเวลาเรียนเราก็ตั้งใจ ตั้งใจเรียนตั้งใจอ่านให้มันเข้าใจให้มันจบเร็วๆจะได้มีเวลาเล่นเยอะๆ เราจะได้เที่ยวได้เล่นได้อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลอะไรส่วนวิธีการเรียน ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยครับจะมาทำตามคนอื่นก็อาจจะไม่ได้ผลดีเท่าไหร่คิดว่าแต่ละคนควรจะหาวิธีที่เหมาะกับตนเอง ก็คงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจตัวเองสำหรับผมแล้ว เวลาเรียนหรือเวลาอ่านหนังสือผมจะสรุปใจความหรือระบุไว้เลยว่าอ่านรอบต่อไปจะอ่านแค่นี้ มันจะได้ไม่เปลืองเวลาส่วนช่วงอ่านหนังสือสอบ ผมก็อ่านตามปกติ แต่ถ้าหิวผมก็กิน ถ้าง่วงผมก็นอนไม่ฝืนร่างกายตนเอง ผมคิดว่าถ้าร่างกายไม่พร้อมอ่านไปก็คงไม่เข้าหัวเท่าไหร่เสียเวลานอนเปล่าๆ

Q.ได้อะไรจากการมาศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

ซุ่ย.ได้อะไรหลายอย่างครับ นอกจากเรื่องเรียนแล้วยังได้ประสบการณ์อย่างอื่นมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะขวนขวายแค่ไหน การทำงานพิเศษการเข้าชมรมหรือสังคมต่างๆ จะช่วยให้เราได้เรียนรู้อะไรอีกหลายๆอย่างและยังได้รู้ได้เห็นถึงระบบของสังคมญี่ปุ่น ความเป็นระเบียบความคิดและการกระทำของคนญี่ปุ่น แน่นอนว่ามีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีซึ่งก็ทำให้เราได้แบบอย่างที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับประเทศของเราเอง

Q.ข้อแนะนำให้กับคนที่อยากมาเรียนด้านคอมพิวเตอร์ที่ประเทสญี่ปุ่น

ซุ่ย.ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่เหมาะแก่การมาศึกษาด้านคอมพิวเตอร์มากครับมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยรองรับ ทำให้เราได้เรียน และทำงานบนเทคโนโลยีใหม่ๆและนอกจากมหาวิทยาลัยแล้วเรายังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จากบริษัทเอกชนของญี่ปุ่นได้อีกด้วย

การเรียนด้านคอมพิวเตอร์ที่ญี่ปุ่นนั้น เราควรเลือกไว้ก่อนว่าอยากเรียนสาขาย่อยไปทางไหน เพราะจะมีให้เลือกจำนวนมากแต่ในเอกสารแนะนำมหาวิทยาลัยส่วนมากจะระบุแค่คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ ไม่ค่อยจะเขียนย่อยลงไปให้ว่าจะเลือกเรียนไปทางไหนได้บ้างควรจะหาข้อมูลเองโดยดูจากงานวิจัยของอาจารย์ผู้สอนว่าใกล้เคียงกับสิ่งที่เราอยากเรียนจริงๆหรือไม่แต่สำหรับคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนไปทางไหนนั้น ผมแนะนำให้เข้ามหาวิทยาลัย (ระดับ ป.ตรี) แล้วลองเรียนดูก่อนผลการเรียนปีแรกๆจะบอกเราเองว่าเราควรเรียนไปทางไหนครับ

สนร. ขอขอบคุณน้องซุ่ยที่เล่าเรื่องการเรียนการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น พร้อมคำแนะนำเรื่องการเรียนด้านคอมพิวเตอร์ อีกไม่ช้าน้องซุ่ยก็จะกลับไปรับราชการที่เมืองไทย สนร. หวังว่าน้องซุ่ยจะได้รับราชการในหน่วยงานที่ตนหวังไว้ และพัฒนาซอฟท์แวร์ไทยให้ล้ำหน้าสู้กับประเทศอื่นๆให้ได้น่ะค่ะ

Latest News

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4