Logo

สนร.เดินทางไปเยี่ยมและติดตามผลการเรียนของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่ศึกษา ณ Shinshu U. และ Hokkaido U.

TRIP

อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) น.ส.สมใจ คล้ายสุบรรณ์ ได้เดินทางไปจังหวัดนากาโนะและฮอกไกโดเพื่อเยี่ยมและติดตามผลการเรียนของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่ศึกษา ณ Shinshu University และ Hokkaido University ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2562 และวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2562 ตามลำดับ

 น้องต้นได้เข้าศึกษา ณ Shinshu University ในระดับปริญญาตรี ปัจจุบันศึกษาอยู่ปีที่ 3 สาขาวิชาฟิสิกส์ ขอบคุณน้องต้นที่ได้แนะนำและพาเดินชมมหาวิทยาลัย วิทยาเขต Matsumoto ที่ตนเองศึกษาอยู่ ซึ่งประกอบด้วย 4 คณะในระดับปริญญาตรี และ 5 คณะในระดับบัณฑิตศึกษา แม้ว่าจะมีบริเวณพื้นที่ไม่มากนัก แต่บรรยายกาศเต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ให้ความรู้สึกสดชื่นของสีเขียว และน้องต้นได้บอกเพิ่มเติมว่าในฤดูหนาวทั้งวิทยาเขตจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนไปทั่วทั้งวิทยาเขต นอกจากนี้ในวิทยาเขตแห่งนี้ยังมีต้นแอปเปิ้ลของนิวตัน ซึ่งปลูกขึ้นจากทาบกิ่งต่อเนื่องกันมาจากต้นจริง และดูเหมือนจะมีความเชื่อระหว่างนักศึกษาว่า หากใครได้กินผลแอปเปิ้ลจากต้นแอปเปิ้ลนิวตันนี้จะทำข้อสอบได้คะแนนดีอีกด้วย (จริงไหม? ไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าไม่ได้อ่านหนังสือถึงจะกินจนหมดต้นก็คงโดนนิวตันเทเอาได้เหมือนกัน ^^;)

ระหว่างที่เดินชมรอบแคมปัส สนร. ได้สอบถามถึงเรื่องการเรียน การใช้ชีวิต ซึ่งก็ดูชิลล์ๆ ไม่มีปัญหา ดูน้องเข้ากับเพื่อนๆ ได้ดีมากและเป็นที่เอ็นดูของอาจารย์ และเนื่องจากในปีการศึกษาหน้าน้องต้นจะต้องดำเนินการสอบเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทตามสาขาวิชาเฉพาะทางที่ทางเจ้าของทุนและต้นสังกัดกำหนดให้มาศึกษา ระหว่างรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน สนร. ได้แนะนำเกี่ยวกับวิธีการเตรียมตัวสอบและให้หาข้อมูลเพื่อการวางแผนสอบไว้แต่เนิ่นๆ รวมถึงระเบียบขั้นตอนการขออนุมัติศึกษาระดับสูงขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไป

Apple

หลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์ สนร.ได้เดินทางไปเยี่ยมนักเรียนทุนรัฐบาลที่ศึกษา ณ Hokkaido University ซึ่งมีน้องปู น้องแฮม น้องอาร์ม น้องเล็กสุดคือน้องฌาน และขอแสดงความยินดีและต้อนรับน้องไบร์ทที่มีกำหนดจะรับทุนรัฐบาลไทย ก.วิทย์ฯ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ การเดินทางไปครั้งนี้ถือเป็นการสร้างโอกาสอันดีให้น้องๆ ได้รู้จักกันครบทุกคนเพื่อจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสร้างความสนิทสนมระหว่าง สนร.และนักเรียน เพราะเนื่องจากอยู่ไกลกันมาก ที่ผ่านมาได้แต่ฟังเสียงกันทางโทรศัพท์ ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนอกจากน้องฌานที่ได้เคยศึกษาที่โตเกียวมาก่อนแล้ว เป็นครั้งแรกที่ สนร.ได้พบเจอกับน้องๆ อีก 4 คน เราได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน แนะนำตัว ซึ่งหลังจาก สนร.ได้สอบถามถึงความเป็นอยู่และสภาพการณ์ด้านการเรียนของแต่ละคน ซึ่งพบว่าปัจจุบันน้องๆ ทุกคนไม่มีปัญหาอะไรทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ นอกจากนี้น้องๆ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยและการพำนักอาศัยอยู่ที่ซัปโปโร อย่างไรก็ตาม สนร.ได้กำชับน้องๆ ว่า หากมีปัญหาอะไรขอให้รีบติดต่อหารือ สนร.แม้ว่าน้องๆ จะเห็นว่าเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยก็ตาม

ต่อจากนั้นน้องๆ ได้พาไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย โดยได้นำชมพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่รู้สึกได้ถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน ตึกพิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1929 เป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นกอธิคและถือเป็นอาคารทางสถาปัตยกรรมคอนกรีตเสริมเหล็กเต็มรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดในอาณาเขตของมหาวิทยาลัย  ซึ่งแต่เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารของคณะวิทยาศาสตร์ พวกเราได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน้าพิพิธภัณฑ์ก่อนที่จะเข้าไปชมด้านในที่มีการนำเสนอประวัติความเป็นมาตั้งแต่แรกเริ่มที่เปิดเป็นโรงเรียนเกษตรซัปโปโรเมื่อกว่า 140 ปีที่แล้ว มีการนำเสนอขอบเขตการศึกษาวิจัยของทั้ง 12 คณะ มีห้องแสดงที่เก็บวัตถุโบราณและวัตถุด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยไว้มากมาย เช่น ฟอสซิส สัตว์ แมลง พืช สาหร่าย หิน ฯลฯ ชมโครงกระดูกจำลองของสัตว์ยุคโบราณ เช่น นิปโปโนซอรัส (ไดโนเสาร์ญี่ปุ่น) หุ่นช้างแมมมอธจำลองใหญ่เท่าตัวจริง หมีขาว นอกจากนี้ขณะที่ดูโมเดลจำลองอาคารมหาวิทยาลัยในพิพิธภัณฑ์ น้องทุกคนได้ชี้ให้ อทศ.ดูว่าตนเองเรียนอยู่ที่ตึกไหนและ อทศ. ได้พูดขำๆ ว่า คงไม่ต้องชมอาคารของจริงแล้ว เพราะจากโมเดลจำลองเสมือนจริงก็เห็นภาพมหาวิทยาลัยได้ทั่วและทราบแล้วว่าคณะของน้องแต่คนตั้งอยู่บริเวณใด เนื่องจาก Hokkaido University มีพื้นที่กว้างมาก แต่ละอาคารตั้งอยู่ห่างกันประกอบกับเวลาจำกัด และในอาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายคิดว่าเวลา 1 วันก็คงเดินชมไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ สนร.ต้องขอขอบคุณน้องปูที่เป็นไกด์อธิบายรายละเอียดต่างๆ พร้อมทั้งน้องคนอื่นๆ ที่ช่วยกันอธิบาย สนร.สามารถชมและทราบความเป็นมาเกี่ยวกับวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์โดยได้ความรู้และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน ซึ่งน้องปูได้บอกด้วยว่าห้องวิจัยของน้องนั้นอยู่บนชั้นสองของตึกพิพิธภัณฑ์นี้เอง ทำให้ยิ่งรู้สึกได้กับความเก๋าของสาขาวิชาที่น้องศึกษาอยู่ และสุดท้ายก่อนที่จะกลับน้องได้หยอดเหรียญที่กล่องบริจาคที่ตั้งอยู่ที่ด้านข้างของประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ สนร.และน้องๆ คนอื่นๆ ได้ฟังคำขวัญของ Dr. William Smith Clark ชาวอเมริกัน เกิดที่รัฐแมสซาชูเซตส์ ท่านเคยเป็นอธิการบดีของ Massachusetts Agricultural College (ปัจจุบันคือ University of Massachusetts Amherst) ระหว่างปี ค.ศ.1867-1879 และเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในการก่อตั้ง Sapporo Agricultural College (ปัจจุบันคือ Hokkaido University) ตามคำเชิญของรัฐบาลญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1876 และหลังจากที่ได้หยอดเหรียญลงไปในกล่องก็จะมีเสียงอาจารย์ Clark กล่าวออกมาว่า “Boys, be ambitious!” ซึ่งคำกล่าวนี้ได้ถือเป็นคำขวัญประจำมหาวิทยาลัยฮอกไกโด

เป็นที่น่าเสียดายที่มีเวลาชมพิพิธภัณฑ์ไม่มากนักก็ต้องเดินกลับมายังสถานีซัปโปโรเพื่อขึ้นรถไฟไปสนามบิน ซึ่งน้องทุกคนได้พร้อมใจกันเดินมาส่งที่สถานีซัปโปโร เราได้กดชัดเตอร์ถ่ายรูปรวมหน้าสถานีไว้เป็นที่ระลึกอีกหนึ่งภาพก่อนจะลาจากกันเพื่อเดินทางกลับโตเกียว

Ekimae

Royal Thai Embassy 3-14-6, Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo JAPAN 141-0021.
Copyright © 2013 | Office of Educational Affairs in Japan All rights reserved.