Logo

รายงานการดูงาน Linear Motor Car ณ Yamanashi Prefectural Maglev Exhibition Center

S  9863187

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) น.ส. สมใจ คล้ายสุบรรณ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ นำนักเรียนไทยจำนวน 24 ราย เดินทางไปดูงานที่ศูนย์นิทรรศการ “Yamanashi Prefectural Maglev Exhibition Center” เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ Maglev ย่อมาจาก “Magnetic Levitation” เป็นเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงที่ขับเคลื่อนโดยใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งตัวรถจะถูกยกขึ้นจากรางด้วยแรงแม่เหล็กทำให้สามารถลดแรงเสียดทานกับพื้นและวิ่งไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดย Central Japan Railway Company เป็นผู้ดำเนินการ รถไฟพลังแม่เหล็กไฟฟ้าขบวนนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Chuo Shinkansen Maglev” และได้ทำลายสถิติเป็นรถไฟที่มีความเร็วสูงสุดในโลกในการทดลองที่มีผู้นั่งจริง รุ่น L0 (แอลศูนย์) ด้วยความเร็วสูงสุด 603 กม./ชั่วโมงเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558

 

ศูนย์การแสดงนิทรรศการ Yamanashi Prefectural Maglev Exhibition Center เป็นสถานที่ตั้งที่เปิดขึ้นพร้อมกับการเริ่มทดสอบการวิ่งในรางของ Chuo Shinkansen Maglev ที่จังหวัดยามานาชิ โดยในศูนย์นิทรรศการได้แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ มีการแสดงให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาในการพัฒนากว่า 50 ปี การสาธิตการทำงานของ Superconducting Maglev การทดลองนั่ง Miniature Maglev ที่ลอยเหนือพื้น ชมการทดลองขับเคลื่อนในรางจริงของ Chuo Shinkansen Maglev พร้อมทั้งมีขบวนตู้รถไฟจริงที่สามารถเข้าไปชมด้านในได้ ฯลฯ

การคิดค้นพัฒนารถไฟรุ่นนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 และประสบความสำเร็จหลังจากนั้นอีก 10 ปี (พ.ศ. 2515) สามารถทำให้ขับเคลื่อนโดยการลอยเหนือพื้นได้ในรางการทดลองที่ยาว 200 เมตร และในปี พ.ศ. 2520 มีการเริ่มก่อสร้างทางรถไฟอย่างจริงจังที่จังหวัดมิยาซากิ ซึ่งในการทดลองได้มีการบันทึกว่าสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้ 517 กม./ชั่วโมงแบบที่ยังไม่มีผู้นั่งจริง และในปี พ.ศ. 2540 ได้มีการย้ายศูนย์การคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีมายังจังหวัดยามานาชินี้

กลไกวิธีการทำงานของการขับเคลื่อนรถไฟพลังแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นระบบการขับเคลื่อนโดยพลังแม่เหล็กระหว่าง Superconducting Magnet ที่ติดอยู่ที่ข้างตัวรถไฟกับ Coil ที่ติดตั้งอยู่ที่ Guideway (กำแพง 2 ข้างของราง) โดยที่จะมี Coil ซึ่งพันด้วยสายไฟและเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปจะทำให้เกิดเป็นสนามแม่เหล็กรอบ Coil และจากการใช้คุณสมบัติของแม่เหล็กที่มี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ (N) และขั้วใต้ (S) ซึ่งเมื่อนำมาวางใกล้กัน ขั้วที่เหมือนกันจะผลักกันและขั้วที่ต่างกันจะดูดเข้าหากัน ทั้งนี้ Coil ที่ Guideway จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ เพื่อการขับเคลื่อนให้รถไฟไปข้างหน้าและใช้สำหรับการยกตัวรถไฟให้ลอยสูงขึ้ง

หลักการที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อน คือ เมื่อมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปใน Coil สำหรับการขับเคลื่อนจะเกิดเป็นสนามแม่เหล็ก (ขั้ว N และขั้ว S) และเกิดการดึงกันระหว่างขั้วที่ต่างกันของขั้ว N และขั้ว S และผลักกันระหว่างขั้ว N และขั้ว S ที่เหมือนกันกับ Superconducting Magnet ที่ติดอยู่ที่ข้างตัวรถไฟ

หลักการที่ทำให้เกิดการยกตัวสูงขึ้น คือ เมื่อรถไฟที่มี Superconducting Magnet ที่ติดตั้งอยู่วิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง จะเกิดกระแสไฟฟ้าไหลไปที่ Coil (สำหรับการยกตัวให้ลอยขึ้น) และเกิดเป็นแม่เหล็กไฟฟ้า และเป็นหลักการเดียวกันคือจะเกิดการดันระหว่างขั้วที่เหมือนกันและแรงดึงเข้าหากันระหว่างขั้วที่ต่างกันยกให้รถไฟลอยตัวสูงขึ้น

นักเรียนได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับกลไกการทำงานของ “Maglev” ได้ถามคำถามมากมายต่อเจ้าหน้าที่ และเข้าออกชมห้องต่างๆ ที่ทางศูนย์ได้จัดไว้เพื่อแสดงเกี่ยวกับรถไฟพลังแม่เหล็กไฟฟ้า พร้อมทั้งออกไปที่ระเบียงเพื่อสัมผัสกับความเร็วที่วิ่งบนรางทดลองจริงของรถไฟฟ้าขบวนนี้ นอกจากนี้ทางศูนย์ได้จัดทำแคมเปญให้ผู้เข้าชมสามารถส่งบัตรชิงโชค ซึ่งหากถูกรางวัลจะสามารถขึ้นทดลองนั่งบนรถไฟฟ้าขบวนนี้ได้จริงในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561 ด้วย ซึ่งน้องนักเรียนหลายคนก็ส่งบัตรชิงรางวัลกันก่อนที่จะขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับโตเกียวและรอลุ้นว่าจะมีไปรณีษยบัตรส่งมาที่บ้านหรือไม่ต่อไป ส่วนใครที่พลาดก็คอยรอขึ้นขบวนวิ่งจริงซึ่งจะเปิดวิ่งเป็นสายแรกจากโตเกียว – นาโงย่า ในปี พ.ศ. 2570

Royal Thai Embassy 3-14-6, Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo JAPAN 141-0021.
Copyright © 2013 | Office of Educational Affairs in Japan All rights reserved.