Logo

สรุปงานสัมมนาวันที่ 2 ก.ค. เรื่อง บทบาท หน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม

เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ก.ค. 2554 สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศญี่ปุ่น (สนร.) ได้จัดสัมมนา เรื่อง ความรู้ความเข้าใจบทบาท หน้าที่ของกระทรวง โดยในครั้งนี้เป็นการแนะนำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม

สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับเกียรติจากอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายอุตสาหกรรม) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว นายจุลพงษ์  ทวีศรี เป็นวิทยากร บรรยายเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมโดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังต่อไปนี้

ก่อนที่จะอธิบายโครงสร้างของกระทรวงนั้น วิทยากรได้พูดถึงใบประกอบวิชาชีพ ที่ประเทศไทยคนเรียนจบสาขาวิศวกรรม จะมีการสอบใบ PE (Professional Engineer) แต่สำหรับสายวิทยาศาสตร์นั้น ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพ อย่างไรก็ตามกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น การรับคนเข้ามาทำงาน มีเพียงบางตำแหน่งที่อาจต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพ เช่น ต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพเพื่อเซ็นอนุมัติสัญญาต่างๆที่เป็นไปตามเงื่อนไขของสากล เป็นต้น

โครงสร้างกระทรวงอุตสาหกรรม แบ่งออกเป็น 7 กรม และ สำนักงานปลัดกระทรวง  แต่ละกรมจะมีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการทำงาน รายละเอียดของแต่ละหน่วยงานมีดังต่อไปนี้1.       สำนักงานปลัดกระทรวงดูแลเรื่องต่างๆภายในกระทรวง และมีสำนักงานอุตสาหกรรมอยู่ทั่วทุกจังหวัด ยกเว้น กรุงเทพมหานคร เพื่อให้บริการงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม (เสมือนจำลองกระทรวงขนาดย่อยไปอยู่ ต่างจังหวัด) และมีสำนักงานต่างประเทศ 2 แห่งคือ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และนครเวียนนา ประเทศออสเตรีย 

2.       กรมโรงงานอุตสาหกรรม มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 600 คน ประกอบด้วยผู้ที่มีวุฒิการศึกษาทางด้านวิศวกรรม สาขาต่างๆ ด้านวิทยาศาสตร์ นิติกร และเศรษฐกร มีพรบ.โรงงาน 2535 พรบ.วัตถุอันตราย2535 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องจักร เป็นกฎหมายหลักที่ใช้ในการปฏิบัติงาน สำหรับโรงงานใน พรบ.โรงงานนั้น แบ่งออกเป็น 3 ประเภท    

1. โรงงานขนาดเล็ก                                  

2. โรงงานขนาดกลาง                         

3. โรงงานขนาดใหญ่        (ปัจจุบันมีจำนวน 5-6หมื่นโรง)

พรบ.วัตถุอันตราย นั้นมีการดำเนินงาน 4 ประเภท ควบคุมกิจกรรมดังต่อไปนี้ การนำเข้า ส่งออก การผลิต และครอบครอง     

1.       ทำได้เลยแต่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มี     

2.       ทำได้แต่ต้องแจ้งให้ทราบก่อน      

3.       ต้องขออนุมัติก่อน

4.       ห้ามนำเข้า ส่งออก ผลิต และครอบครอง

ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมในไทยมีทั้งหมด 107 ประเภท ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปตรวจ โดยมีรายละเอียดในการเข้าตรวจคร่าวๆดังต่อไปนี้

1.       อาชีวอนามัยของโรงงาน    

2.       ความปลอดภัยของโรงงาน    

3.       สิ่งแวดล้อมของโรงงาน

4.       วัตถุอันตรายของโรงงาน

 3.       กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเดิมทีกรมนี้ทำหน้าที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมพื้นบ้านปัจจุบันส่งเสริมอุตสาหกรรม SME นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภายใต้กระทรวงที่บริหารงานแบบเอกชน เรียกว่า Office of Small and Medium Enterprises Promotion: OSMEP หรือ ชื่อไทยเรียกว่า สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เน้นกิจกรรมส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ๆ

 4.       กรมอุตสาหรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

ดูแล ควบคุม ขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่เหมืองแร่ จนถึงก่อนที่จะนำมาผลิตเป็นวัตถุดิบ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านนี้มักเป็นผู้ที่จบการศึกษาสาขาวิศวกรรมเหมืองแร่ โลหะการ และด้านกฎหมาย

5.       สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่คาดการณ์การผลิตของธุรกิจอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่หน่วยงานนี้ ส่วนใหญ่จะจบมาทางด้านเศรษฐศาสตร์

6.       สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

เนื่องจากอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ และเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆของประเทศ จึงต้องมีการดูแล ควบคุมอย่างใกล้ชิด หน้าที่ของกรมคือดูแลกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อจำกัดการส่งออก โดยใช้กฎหมายอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นเครื่องมือ

7.       สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (ฺBOI)

มีสำนักงานอยู่ต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา สวีเดน สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย ทำหน้าที่ส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานนี้ มีทั้งนักเศรษฐกร วิศวกร นิติกร (เพื่อดูเรื่องภาษี)

8.       สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม

เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานนี้ มีทั้งวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ นิติกร เพื่อดูแลมาตรฐานต่างๆอันเกี่ยวข้องกับงานอุตสาหกรรม ที่มีทั้งแบบบังคับ และไม่บังคับ เช่น มาตรฐานบังคับได้แก่ ขนาดของเหล็กเส้น เป็นต้น โดยใช้กฎหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นเครื่องมือ

นอกจากนี้ยังมี 10 สถาบันที่ดำเนินงานภายใต้กระทรวง (กระทรวงกำกับดูแลอยู่) ได้แก่

1. สถาบันไทย-เยอรมัน

2. สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ  

3. สถาบันอาหาร

4. สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

5. สถาบันรับริงมาตรฐานดอ เอส โอ

6. สถาบันยานยนต์

7. สถาบันไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

8. สถาบันเหล็กและเหล๋กกล้าแห่งประเทศไทย

9. สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

10. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

และยังมี การนิคมอุตสาหกรรม ที่ทำหน้าที่คล้ายกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่ดูแลเฉพาะโรงงานที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้นนอกจากนี้ วิทยากรยังได้พูดถึงใบประกอบวิชาชีพของไทย ซึ่งนักเรียนที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ อาจมีปัญหาตรงนี้ อย่างไรก็ตาม หากมีการลงเรียนวิชาตามรายวิชาที่กำหนด น่าจะสามารถขอสอบใบประกอบวิชาชีพดังกล่าวได้ รายละเอียดของวิชาที่ควรลงเรียน เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสภาวิศวกรไทยสามารถดูได้ ที่นี่  

หลังจากนั้น วิทยากรได้เปิดโอกาสให้ถาม- ตอบ และปิดการสัมมนา   

Royal Thai Embassy 3-14-6, Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo JAPAN 141-0021.
Copyright © 2013 | Office of Educational Affairs in Japan All rights reserved.