Logo

สรุปงานสัมมนาวันที่ 20 มิ.ย. 53 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศในเอเชียตะวันออก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2553 สนร.ได้จัดสัมมนากัวข้อเรื่อง "ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศในเอเชียตะวันออก" โดยมีอัครราชทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว นายสิงห์ทอง  ลาภพิเศษพันธุ์  ให้เกียรติเป็นวิทยากรของงานสัมมนาในครั้งนี้โดยมีเนื้อหาโดยสรุปดังต่อไปนี้

ประเทศในเอเชียตะวันออกนั้นมีลักษณะเด่นต่างๆ เช่นมีภูมิศาสตร์อยู่ใกล้ประเทศไทย เป็นเขตที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูง มีประชากรมาก (ตลาดผู้บริโภคใหญ่) และเป็นเขตที่มีความเสี่ยง เช่นมีประเทศที่มีกองกำลังทหารใหญ่สุด แต่กำลังทางเศรษฐกิจต่ำสุด (เกาหลีเหนือ)นอกจากนี้ยังมีการปกครองที่มีความหลากหลาย เช่น ระบอบประชาธิปไตยระบอบคอมมิวนิสต์เต็มรูปแบบ และคอมมิวนิสต์แต่เศรษฐกิจแบบทุนนิยม  รวมทั้งระบบคอมมิวนิสต์ที่มีการสืบทอดตำแหน่งทางสายเลือด เป็นต้น

ในการสัมมนาครั้งนี้จะเน้น ประเทศจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นรวมถึงความสัมพันธ์ของทั้งสามประเทศที่มีต่อประเทศไทย

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจรวดเร็วมากจะเห็นว่าประเทศจีนมีกำลังในการจัดงานยิ่งใหญ่ระดับโลก เช่น โอลิมปิก และ World Expo เนื่องจากมีปริมาณแรงงานที่เหลือเฟือและมีผู้นำที่มีความสามารถทำให้ประเทศเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วปัจจุบันประเทศจีนมีทุนสำรองของประเทศแซงประเทศญี่ปุ่น  และเป็นประเทศที่มีนักลงทุนไปลงทุนเป็นจำนวนมากยอดส่งออกของประเทศสูงกว่าประเทศอื่นๆ และได้ขยายบทบาทไปสู่องค์กรระดับโลกประเทศจีนเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nationa Security Council:UNSC)ซึ่งมีสิทธิในการยับยั้ง หรือเรียกว่า วีโต้

สำหรับประเทศไต้หวันนั้นเนื่องจากจีนมองว่าไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศของจีนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับไต้หวันต้องดำเนินไปอย่างระมัดระวังทางด้านเศรษฐกิจนั้น ไทยกับไต้หวันมีความสัมพันธ์กันอย่างดีแต่ในด้านการทูตนั้นจะไม่แสดงตัวเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน

ประเทศเกาหลีใต้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้นั้นปัจจุบันครบรอบ 50 ปี ประเทศเกาหลีใต้มีความชื่นชมประเทศไทยมาก รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณประเทศไทยเนื่องจากไทยเคยส่งทหารไปช่วยรบในสมัยสงครามคาบสมุทรเกาหลีประเทศเกาหลีใต้เริ่มลงทุนทางเศรษฐกิจในประเทศไทยมากขึ้นและเป็นประเทศหนึ่งที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์สูง อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์กับประเทศเกาหลีใต้ไม่ค่อยมากเนื่องจากปัจจัยของเกาหลีใต้เองที่ไม่อยากจะมาลงทุนในประเทศไทยเท่าไหร่เนื่องจากไม่อยากแข่งกับตลาดญี่ปุ่นที่มีอยู่เดิมและคนรู้ภาษาเกาหลีดีๆที่ประเทศไทยก็ยังมีน้อย

ประเทศญี่ปุ่นประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับประเทศญี่ปุ่นมานานจะเห็นว่าเหล้า Awamoriของโอกินาวาก็ทำมาจากข้าวไทยวิธีการผลิตก็คล้ายๆกับการผลิตเหล้าไทยจึงเชื่อว่าน่าจะมีการแลกเปลี่ยนกันตั้งแต่สมัยอดีตนอกจากนี้ราชวงศ์ของทั้งสองประเทศก็มีความใกล้ชิดกันมากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศอับดับ 1 ที่ไปลงทุนในประเทศไทย เป็นคู่ค้าอันดับ และไทยมีการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นอันดับ 1 และมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยเป็นจำนวนมากประเทศไทยยังเคยได้รับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าแม้ปัจจุบันความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจะหมดลงแล้ว  แต่ประเทศญี่ปุ่นยังให้ความช่วยเหลือในลักษณะอื่นๆ เช่น ให้เงินกู้ หรือส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้คำชี้แนะ เป็นต้น

ในแง่การเมืองนั้นประเทศญี่ปุ่นดำเนินบทบาททางการเมืองกับประเทศเพื่อนบ้านน้อยอาจเนื่องมาจากการเป็นผู้แพ้ในสงครามโลกครั้งที่สองและมีปัญหาในเรื่องของดินแดนกับประเทศรอบข้าง เช่น รัสเซีย เกาหลี และจีน เป็นต้น

สำหรับนโยบายทางการทูตของไทยต่อประเทศในแถบเอเชียตะวันออกนั้นเนื่องจากประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยทำให้นโยบายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องมีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน

ในด้านการลงทุนทางการค้านั้นประเทศไทยพยายามใช้ประโยชน์จาก จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยเชิญชวนให้มาลงทุนเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทย ในด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคประเทศไทยจะวางตัวให้เป็นประโยชน์ต่อทั้งสามประเทศโดยวางตัวเป็นคนกลางในการสร้างโอกาสให้แต่ละประเทศได้มาพูดคุยกัน เช่นการจัด Asian Regional Forum (ARF)ซึ่งมีประเทศเกาหลีเหนือเข้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตามทั้งจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ยกระดับตัวเองไปอีกระดับหนึ่ง ทำให้การติดต่อระหว่างไทยนั้นยากขึ้นแต่บางเหตุการณ์ทั้งสามประเทศก็จำเป็นที่จะต้องพึ่งประเทศไทยหรือประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น การทำ FTA หรือการไปดำรงเป็นสมาชิกในองค์กรระดับชาติและในเรื่องที่เป็นประโยชน์ใหญ่ของภูมิภาค ทำให้เกิดการต่อรอง

ทั้งนี้การจะทำให้ประเทศไทยอยู่ในสภาพที่ต่อรองกับประเทศอื่นได้หรือไม่อยู่ที่ว่าเราทำให้ประเทศเรามีค่าแค่ไหน การรวมตัวกับนานาประเทศในระดับภูมิภาค เช่น ASEAN ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ยังมีน้อยแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกยังคงมีปัญหาภายในและปัญหาระหว่างประเทศอยู่ทำให้การดำเนินนโยบายต่างประเทศเป็นไปได้ยาก

หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้สอบถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและปิดสัมมนาในเวลา 12.30น.

Royal Thai Embassy 3-14-6, Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo JAPAN 141-0021.
Copyright © 2013 | Office of Educational Affairs in Japan All rights reserved.