สรุปงานสัมมนาวันที่ 15 พ.ค. 54 เรื่อง การปฏิบัติตัวในช่วงเวลานี้ ณ คันไซ

สรุปงานสัมมนาวันที่ 15 พ.ค. 54 เรื่อง การปฏิบัติตังในช่วงเวลานี้ ณ คันไซ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค. 2554 สนร.ได้จัดสัมมนาหัวข้อเรื่อง "การปฏิบัติตังในช่วงเวลานี้ (หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 11 มี.ค. 54)" เพื่อให้นักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นรับทราบแนวทางการดำรงชีวิตเพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมภายหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 9 ริกเตอร์ และปัญหารงไฟฟ้านิวเคลียร์ในขณะนี้

การสัมมนาดังกล่าว มีการบรรยายเรื่อง ความรู้เกี่ยวกับรังสี โดยอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายอุตสาหกรรม) คุณจุลพงษ์ ทวีศรี ให้เกียรติเป็นผู้บรรยาย หลังจากนั้น เป็นการแนะแนววิธีการป้องกันตัวจากภัยธรรมชาติ และการปฏิบัติตัวในช่วงเวลานี้โดยทีมเจ้าหน้าที่ สนร. โดยมีเนื้อหาโดยสรุปโดยสามารถดูจากข่าวงานสัมมนาวันที่ 24 เม.ย. 54 ได้ ที่นี่

หลังจากงานสัมมนา สนร.ได้พานักเรียนไปที่ศูนย์เรียนรู้การป้องกันภัยธรรมชาติ ณ Osaka City Life Learning Center เพื่อเรียนรู้ภัยธรรมชาติที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ภายในศูนย์จะมีการจำลองสถานการณ์การเกิดแผ่นดินไหว โดยแบ่งเป็น 9 โซน ดังต่อไปนี้

  

โซนที่ 1 มุมแผ่นดินไหวจำลอง

เป็นการจำลองแผ่นดินไหว เพื่อให้เรียนรู้ถึงความแรง และระดับความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต และให้เห็นภาพว่า เวลาเกิดแผ่นดินไหวขึ้น ของรอบตัวเราเมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนจะเป็นเช่นไร และหากอยู่ในเมืองเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ควรต้องระวังอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็เป็นการจำลองว่าหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นจริง ณ ขณะนี้ เราควรต้องปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง

โซนที่ 2 มุมป้องกันการเกิดอัคคีภัย

หากเกิดแผ่นดินไหวขึ้น และเราอยู่ในบ้าน สิ่งที่ต้องทำเพื่อไม่ให้เกิดอัคคีภัย คือ การปิดไฟ แก๊ส และเครื่องทำความร้อน โดยให้ปิดที่สวิทซ์ก่อน และอย่าลืมปิดวาลว์แก๊ส คนสุดท้ายที่จะออกจากห้อง หรือบ้านให้เป็นคนที่จะสับคัตเอ๊าท์เพื่อตัดไฟ เพื่อป้องกันอัคคีภัย

โซนที่ 3มุมควันไฟ

หากเกิดอัคคีภัยและเกิดควันไฟขึ้น ให้ก้มตัวลงต่ำที่สุดและหาผ้าปิดจมูกเพื่อไม่ให้สำลักควัน และอพยพออกจากควันให้เร็วที่สุด

โซนที่ 4 มุมดับเพลิง อุปกรณ์ขนาดเล็ก

ฝึกการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงขนาดเล็ก โดยมีเจ้าหน้าที่อธิบายถึงสารเคมีที่ใช้ในถังดับเพลิงขนาดเล็ก (ถังสีแดง มักเห็นวางในอาคาร) ที่ใช้ดับเพลิงขนาดเล็ก (เช่นไฟไหม้ในครัว หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าลัดวงจร ระยะเริ่มเกิดเพลิงไหม้) และขั้นตอนการใช้งาน โดยการถอดสลักสีเหลืองออก และใช้มือหนึ่งจับปลายสายดับเพลิง อีกมือหนึ่งออกแรงบีบ เมื่อเราออกแรงบีบแล้ว สารเคมีที่ใช้ดับเพลิงจะะออกมาจนหมด ใช้เวลาทั้งหมด 15 วินาที

     

โซนที่ 5 มุมการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 119

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ หรือ กรณีฉุกเฉิน ให้โทรแจ้งที่ 119 โดยสามารถกดโทรออกได้จากโทรศัพท์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรศัพท์สาธารณะ และโทรศัพท์บ้าน สำหรับโทรศัพท์สาธารณะให้ยกหูขึ้น ไม่ต้องหยอดเหรียญ รอจนสัญญานดัง ตู๊ด เสียงยาวแล้วให้ กด 119 ขั้นตอนในการแจ้งนั้นให้พูดว่า เกิดเหตุฉุกเฉิน(緊急kinkyu) ขึ้น หรือ เกิดเหตุเพลิงไหม้ (火事kaji) หลังจากนั้นให้แจ้งสถานที่ที่เกิดเหตุ ในกรณีที่ใช้โทรศัพท์มือถือ เมื่อจบการสนทนา ให้เปิดเครื่องรอไว้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่อาจโทรมาเพื่อตรวจสอบสถานที่ที่เกิดเหตุอีกครั้ง สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น อย่างน้อยขอให้จำคำศัพท์ที่ใช้ในยามฉุกเฉินบ้าง เช่น เหตุฉุกเฉิน (緊急kinkyu) หรือ เหตุเพลิงไหม้ (火事kaji) และที่อยู่ของตนเป็นภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น

  

โซนที่ 6 มุมดับเพลิง อุปกรณ์ขนาดกลาง

มุมนี้จะเป็นการอธิบายการใช้เครื่องดับเพลิงขนาดกลางที่ตามแต่ละท้องถิ่นมีไว้ โดยเจ้าหน้าที่สอนวิธีการใช้เครื่อง ซึ่งโดยปกติจะมีหมายเลขบอกไว้ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ หากเราอยู่ในสถานการณ์ก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ และให้รู้จักการสังเกตป้ายที่แสดงว่ามีน้ำที่จะนำมาใช้ดับเพลิงได้

   

โซนที่ 7 มุมกู้ภัย

สอนวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น ช่วยคนออกจากของที่โดนทับ เป็นต้น โดยอุปกรณ์แม่แรง หรืออุปกรณ์อื่นๆสามารถหาได้จากที่เดียวกับที่ที่เก็บอุปกรณ์ดับเพลิงของแต่ละท้องถิ่น

โซนที่ 8  มุมปฐมพยาบาล

เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลอย่างง่าย เช่น การห้ามเลือด หรือการดามกระดูกแขน โดยสามารถนำอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า เนคไท ถุงพลาสติก กระดาษหนังสือพิมพ์ นิตยสาร มาใช้ในการปฐมพยาบาลได้

 

 

โซนที่ 9  มุมแผ่นดินไหวจำลอง

ทดลองแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวจำลอง โดยมีการจำลองความแรง ลักษณะการสั่น ความนานของการเกิดแผ่นดินไหว โดยมีการจำลองแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่เคยเกิดเมื่อปี 1995 (Hanshindaisinsai) ที่โกเบ และแผ่นดินไหวที่คาดว่ามีแนวโน้มจะเกิดภายในรอบ 30 ปีนี้ (Awajidaishinsai) เพื่อให้ทราบความร้ายแรงของแรงสั่นสะเทือนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว และเตรียมพร้อมรับมือกับการเกิดแผ่นดินไหวในอนาคต

Latest News

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4