รายงานการเยี่ยมผู้บริหารมหาวิทยาลัยและนักเรียนไทยที่Shinshu University

 

Shinshu1

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558 สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ ได้เดินทางไปพบผู้บริหารและเยี่ยมนักเรียนไทยที่ศึกษาอยู่ Shinshu University โดยมีอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) น.ส.พรพิศ สมวงษ์ และเจ้าหน้าที่ สนร. 2 คน ในช่วงเช้าได้เข้าพบกับผู้บริหารของ Global Education Center ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับนักศึกษาต่างชาติของสถานศึกษา

Shinshu University เป็นสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ที่เมือง Matsumoto จังหวัด Nagano มีทั้งหมด 5 Campus ประกอบด้วย 8 คณะในระดับปริญญาตรี ได้แก่ Faculty of Arts, Faculty of Education, Faculty of Economics, Faculty of Science, School of Medicine, Faculty of Engineering, Faculty of Agriculture, Faculty of Textile Science and Technology และ 8 คณะในระดับมหาบัญฑิต ได้แก่ Division of Arts, Division of Education, Division of Industrial and Social Studies, Graduate School of Science and Technology, Division of Agriculture, Graduate School of Medicine, Interdisciplinary Graduate School of Science and Technology และ School of Law

จำนวนนักศึกษารวมทั้งระดับปริญญาตรีและมหาบัณฑิต มีทั้งหมด 11,026 คน มีนักศึกษาต่างชาติ 307 คนจาก 29 ประเทศ นักศึกษาชาวไทย 5 คนคิดเป็น 1.6% มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ 70 แห่ง 22 ประเทศ ที่ประเทศไทย 4 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร และความร่วมมือระหว่างคณะของสถานศึกษาในต่างประเทศ 59 แห่ง รวมเป็น 129 แห่ง

นอกจากนี้ได้มีการริเริ่มจัดทำโปรแกรมความร่วมมือกับโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วย ซึ่งเริ่มดำเนินการกับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต เป็นแห่งแรก โดยคัดเลือกนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้มาศึกษาในมหาวิทยาลัยก่อน 1 ปีเพื่อเตรียมความพร้อมด้านภาษาญี่ปุ่นและการสอบวัดระดับ EJU : Examination for Japanese University Admission for International Students ซึ่งหากสอบผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของทางมหาวิทยาลัยก็จะสามารถเข้าศึกษาในฐานะนักศึกษาระดับปริญญาตรีได้ต่อไป โดยนักเรียนรุ่นแรกได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมมีจำนวนทั้งหมด 4 คนและได้เดินทางมาศึกษาในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ได้กล่าวถึง Faculty of Textile Science and Technology ที่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของทางสถานศึกษาซึ่งคณะนี้ไม่ได้มีเปิดสอนทั่วไปในสถานศึกษาอื่น เป็นการเรียนเกี่ยวกับ “Fiber Engineering” เช่น วิจัยเกี่ยวกับชุดอวกาศ การทำน้ำให้สะอาด หรือ การทำสมาร์ทโฟนให้มีขนาดเล็กลง เป็นต้น โดยที่ผ่านมาเมื่อกล่าวถึง Fiber Materials ทุกคนอาจจะนึกถึงการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้ถูกนำมาเป็นวัสดุทางอุตสาหกรรมที่ใช้ในหลากหลายสาขา เช่น ด้านสถาปัตยกรรม อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกล ฯลฯ ดังนั้นเชื่อว่า “Fiber Engineering” เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่จำเป็นในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเรียนเกี่ยวกับด้านวิศวกรรม แต่การสอบเข้าศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์อาจจะยากกว่า เนื่องจากมีอัตราการแข่งขันสูง การเลือกสอบคณะนี้จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่ทางสถานศึกษาแนะนำ เพราะอัตราการแข่งขันไม่สูงเท่าและเนื้อหาการเรียนการสอนยังเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับด้านวิศวกรรมด้วย ดังนั้นนักเรียนที่ศึกษาในคณะนี้เมื่อสำเร็จการศึกษาจะมีความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ไปพร้อมด้วย

หลังจากนั้น เป็นการรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันระหว่างอัครราชทูตที่ปรึกษากับนักศึกษาไทยที่ศึกษาอยู่ Shinshu University จำนวน 13 ราย พูดคุยเกี่ยวกับการเรียน ชีวิตความเป็นอยู่ การปรับตัว ซึ่งนักศึกษาทุกคนพึงพอใจกับการเรียนการสอน ความเป็นอยู่และการดูแลเอาใจใส่ของทางสถานศึกษาต่อนักศึกษาต่างชาติ มีหอพักมหาวิทยาลัย มีระบบการลดค่าเล่าเรียนให้กับนักศึกษาต่างชาติที่มีผลการเรียนดี และค่าครองชีพที่ไม่แพง เป็นต้น 

shinshu2

ในช่วงบ่ายเป็นการเข้าเยี่ยมพบผู้บริหารกับคณาอาจารย์ของ Faculty of Economics ที่มีนักศึกษาทุนรัฐบาลไทยศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ เพื่อถามไถ่ด้านการเรียน การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของ นทร. ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่อย่างไร ทางคณะได้กล่าวถึงการดูแลนักศึกษาต่างชาติว่า นอกจากจะมีหน่วยงานกลางของทางสถานศึกษาแล้ว ทางคณะเองยังมีฝ่ายที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของทางคณะเฉพาะอีกด้วย  โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนด้านการเรียน เช่น เมื่อเริ่มเข้าศึกษามีการจัดให้พบระหว่างนักศึกษาเพื่อให้นักศึกษาต่างชาติมีส่วนร่วมในการเลือกติวเตอร์ของตนเอง หรือมีการจัดทัศนศึกษาตอนปลายปิดภาคฤดูร้อน เช่น พาไปเยี่ยมชมโรงงาน สถานที่ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น      เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเปิดโอกาสให้นักศึกษาปี 1 และปี 3 สามารถเข้ามาปรึกษาหารือได้เป็นการส่วนตัวหากประสบกับปัญหา (สำหรับปี 1) หรือหารือเกี่ยวกับการหางาน (สำหรับปี 3) นอกจากนี้ยังมีการจัดวิชาสัมมนาสำหรับนักศึกษาปี 1 เพื่อสอนเกี่ยวกับวิธีการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย เช่น สอนวิธีการเขียนรายงานเป็นต้น

นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2559 เป็นต้นไป จะมีการเปลี่ยนโครงสร้างของทางคณะโดยนำคณะนิติศาสตร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนด้วย โดยจะมีภาควิชาเศรษฐศาสตร์เป็นหนึ่งในสาขาวิชาเอกในคณะ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของสังคมและนักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้มากขึ้น โดยนักเรียนจะสามารถศึกษาได้ทั้งด้านเศรษฐศาสตร์และกฎหมายควบคู่กันไปได้ด้วย

สุดท้าย อัคราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและคณาจารย์ที่ได้สละเวลาให้เข้าพบพูดคุยและความเอาใจใส่ของสถานศึกษาที่ดูแลนักเรียนไทยเป็นอย่างดี พร้อมมอบของที่ระลึกและเดินทางกลับในเวลา 14.30 น.

 

 

Latest News

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4