รายงานการไปดูงานอุโมงยักษ์ Water Discharge Tunnel เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 54

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศญี่ปุ่น (สนร.) จัดโครงการดูงาน เพื่อให้นักเรียนไทยในญี่ปุ่นได้รับประสบการณ์จริงในการเรียนรู้เทคโนโลยี และวิทยาการของญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในประเทศไทยต่อไป

โดยในการดูงานครั้งนี้ได้ไปศึกษาอุโมงยักษ์ ในส่วนของเมืองไซตามะ ซึ่งอยู่ในความดูแลของ Ministry of Land, Infrastructure, Transportation and Tourism อุโมงยักษ์นี้เป็นอุโมงระบายน้ำใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวถึง 6.3 กิโลเมตร อยู่ใต้พื้นดินลึกลงไป 50 เมตร เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือน มี.ค. 2536 และสร้างเสร็จเมื่อมิ.ย. 2549รวมใช้เวลาสร้างทั้งสิ้นเป็นเวลา 13 ปี นอกจากนี้ ดินที่ได้จากการขุดอุโมงนำยังมาใช้ในการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำ Edo อีกด้วย

 

สาเหตุที่มีการสร้างอุโมงย์ยักษ์ในบริเวณนี้เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำหลายสาย(ที่ราบลุ่มแม่น้ำ Ayaseและ แม่น้ำ Naka) ไหลผ่าน หากมีฝนตกหนัก ด้วยลักษณะภูมิประเทศทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้อย่างรวดเร็ว จนเกิดน้ำท่วมขัง กอปรกับพื้นที่ในบริเวณนี้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ทำให้ปัญหาน้ำท่วมกลายเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งที่ต้องเร่งแก้ไข

ด้วยเหตุนี้จึงมีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบต่างๆ เช่น ปรับปรุงลำคลอง ปรับปรุงระบบท่อน้ำ ขุดแหล่งกักน้ำเพื่อรองรับน้ำท่วม และอุโมงยักษ์ เพื่อช่วยการระบายน้ำในปริมาณมากในแม่น้ำสายเล็กไปสู่แม่น้ำสายใหญ่ให้เร็วขึ้น ลักษณะของอุโมงยักษ์นั้น ประกอบด้วยบ่อ (bank) เพื่อรองรับน้ำจากแม่น้ำสายเล็กทั้งหมด 5 บ่อ และท่อเชื่อมบ่อ (Tunnel) ทั้ง 5 เพื่อเป็นทางเดินของน้ำ ก่อนเข้าสู่บริเวณเก็บน้ำที่สุดท้าย (Pressure Adjusting Water Tank หรือที่รู้จักกันในนาม Underground Parthenon) เพื่อสูบน้ำออกสู่แม่น้ำ Edo โดยรายละเอียดของแต่ละส่วนมีดังต่อไปนี้

BANK  มีลักษณะเป็นบ่อทรงกระบอกขนาดใหญ่ มีจำนวนทั้งสิ้น 5 บ่อ เชื่อมต่อกันด้วยท่อเชื่อม เพื่อลำเลียงน้ำไปสู่บริเวณเก็บน้ำด่านสุดท้ายก่อนระบายออกไปยังแม่น้ำ Edo บ่อทั้ง 5 มีไว้รองรับน้ำจากแม่น้ำสายเล็ก ได้แก่ Naka river, Kuramatsu River และ Otoshifurutone ตัวบ่อมีความลึก 70 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เมตร ซึ่งใหญ่พอที่จะบรรจุยานอวกาศ หรือเทพีสันติภาพได้

เมื่อน้ำในแต่ละแม่น้ำมีปริมาณมากกว่าที่ลำน้ำจะรับได้ น้ำจะไหลเข้าสู่ BANK  ซึ่งระบบการไหลของน้ำถูกตั้งไว้ที่ระดับต่ำสุดที่ใกล้เคียงกับพื้นดิน เพื่อให้รองรับปริมาณน้ำท่วมตั้งแต่ระดับเล็กจนถึงระดับใหญ่

ระบบการไหลเวียนน้ำจากแม่น้ำลงใน BANK ถูกออกแบบให้เป็นระบบ Vortex Drop Shaft หรือ การไหลโค้งของน้ำ เพื่อป้องกันแรงดันและลดแรงกระแทกของน้ำที่ตกลงมายังบ่อ

         Tunnel ท่อเชื่อมบ่อ  มีความยาวถึง 6.3 กม. อยู่ลึกใต้พื้นดิน 50 เมตรใต้ถนนหลวงหมายเลข 16  เพื่อเป็นทางเดินของน้ำที่มาจากแม่น้ำ Naka, Kuramatsu, Otoshifurutone เพื่อออกไปยังแม่น้ำ Edo  ภายใน Tunnel มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 เมตร และมีความสามารถในการรับน้ำได้ถึง 200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที 

Pressure-adjusting Water Tank เป็นที่ปรับแรงดันของน้ำ และเก็บน้ำที่สุดท้ายก่อนสูบออกไปยังแม่น้ำ Edo อยู่ใต้พื้นดินลงไป 22 เมตร มีขนาด ยาว 177 ม. กว้าง 78 ม. และสูง 18 ม. มีเสารองรับน้ำหนักถึง 59 เสา เสาแต่ละต้นมีขนาดยาว 7 ม. กว้าง 2 ม. สูง 18 ม. หนักต้นละ 500 ตัน ทำให้สถานที่นี้มีลักษณะเหมือนปราสาท จนได้รับขนาดนามว่า Underground Parthenon

ระบบระบายน้ำ (Drainage Facility) เป็นระบบที่เป็นหัวใจของอุโมงยักษ์นี้ ทำหน้าที่ในการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำ Edo ประกอบด้วยตัวสูบน้ำแบบTwo-shaft Transverse gas turbine (ดัดแปลงจากเครื่องแอร์คราฟท์) จำนวน 4 เครื่อง ที่มีกำลังในการระบายน้ำได้รวมกันถึง 200 ลบ.ม./วินาที หรือเท่ากับสามารถสูบน้ำในสระว่ายน้ำขนาด 25 เมตรได้ภายใน 1 วินาที ระบบการทำงานของเครื่องสูบสามารถควบคุมได้จากห้องควบคุมกลางซึ่งทำงานตลอด 24 ชม. โดยมีเจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนเวรกัน เพื่อป้องกันน้ำท่วมที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

 

หลังจากนำระบบอุโมงยักษ์นี้มาใช้สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ถึง 69 ครั้ง ตั้งแต่ขณะกำลังสร้างอยู่ในปี พ.ศ. 2545 ปัจจุบัน เฉลี่ยใช้งานปีละประมาณ 7 ครั้ง และสามารถรองรับน้ำได้ถึง 11.72 ล้าน ลบ.ม. จากเหตุการณ์พายุดีเปรสชั่น เมื่อเดือน ส.ค. 2551    

ระบบการระบายน้ำภายในถูกออกแบบให้สามารถระบายได้ให้หมดภายใน 3 วัน เนื่องจากหากนานเกิน 3 วัน น้ำที่อยู่ภายในอุโมงจะเสีย หากปล่อยน้ำเสียออกมาจะส่งผลกระทบต่อน้ำในแม่น้ำได้ นอกจากนี้ภายในอุโมงยังมีการทำความสะอาดโคลนที่ไหลมาพร้อมกับน้ำ กล่าวคือ เมื่อทำการระบายน้ำออกหมด จะนำรถทำความสะอาดลงมาในอุโมงส่วนUnderground Parthenon โดยใช้เครนยกลงมาจากพื้นดินด้านบน เพื่อทำความสะอาดคราบโคลน และโคลนที่รวบรวมได้          

Latest News

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4