รายงานการดูงาน The Railway Museum เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2558

Railway

ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ นำโดยอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) น.ส.พรพิศ สมวงษ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ 2 คน ได้นำนักเรียนทุนรัฐบาลไทยจำนวน 18 ราย เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑ์รถไฟ (The Railway Museum) ตั้งอยู่ที่จังหวัดไซตามะ โดยออกเดินทางจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในเวลา 9.45 น.

 

พิพิธภัณฑ์รถไฟแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นเพื่อการระลึกถึงการครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งบริษัท JR East Japan Railway Companyภายใต้แนวความคิดดังนี้

1. เป็นที่เก็บรักษาข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวกับ JR East Japan Railway Companyและการพัฒนาการรถไฟของประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งข้อมูลเอกสารหรือมรดกที่เกี่ยวกับรถไฟของประเทศญี่ปุ่นและของโลกอย่างเป็นระบบ

2. ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์ทางอุตสาหกรรมในแต่ละสมัยโดยเน้นด้านการเปลี่ยนแปลงระบบรถไฟ การวางโชว์ตู้รถไฟของจริง

3. ใช้แบบจำลอง การแสดงจำลองสถานการณ์ เครื่องเล่นต่างๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับเทคนิคล่าสุด(รวมทั้งแนวความคิดและจินตนาการในอนาคต) หลักการและระบบกลไกของรถไฟ

โลโก้ของพิพิธภัณฑ์ มีลักษณะเป็นล้อรถไฟ 3 ล้อที่เชื่อมต่อกัน เป็นสัญลักษณ์หมายถึงล้อตู้รถไฟที่ใช้ขนส่งทั้งคน สิ่งของและเป็นรถไฟที่นำมาซึ่งการปฏิรูปพัฒนาทางวัฒนธรรม และยังหมายถึงรางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีอีกด้วย ล้อทั้ง 3 ล้อ แสดงถึงแนวคิด 3 อย่างของพิพิธภัณฑ์ คือ รถไฟ ประวัติศาสตร์และการศึกษา และหมายถึงสิ่งที่มีการเคลื่อนไหวมีการวิ่ง พัฒนาอย่างตลอดเนื่องและตลอดเวลาไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม

ภายในพิพิธภัณฑ์ จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 7 ส่วน ดังนี้

1. HistoryZone เป็นส่วนที่เก็บสะสมวางตู้รถไฟในยุคสมัยต่างๆ ให้ดูมากที่สุดและมีเนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด  มีการแนะนำเทคโนลียีการรถไฟ การปรับปรุงระบบรถไฟ ประวัติความเป็นมา ในแต่ละช่วงตั้งแต่ต้นสมัยเมจิที่เริ่มการรถไฟของญี่ปุ่นในยุคแรกจนกระทั่งถึงปัจจุบัน มีการตั้งโชว์ขบวนรถไฟของจริงทั้งหมด 36 ตู้รวมทั้งตู้รถไฟพระที่นั่งสำหรับสมเด็จพระจักรพรรดิ พระราชวงศ์ และพระราชอาคันตุกะ 6 ตู้ นอกจากนี้ยังมีแบบจำลองขบวนรถไฟของจริงและเอกสารข้อมูลที่สำคัญๆ ในช่วงนั้นให้ดูด้วย

2. EntranceZone เป็นพื้นที่ในส่วนตรงกลางภายในพิพิธภัณฑ์ มีการโชว์หัวรถไฟรุ่น D51 มีการแสดงเสียงบีบแตรเวลารถไฟออกพร้อมทั้งมีไอน้ำพุงขึ้นมาให้รู้สึกว่ากำลังอยู่ในเหตุการณ์จริง นอกจากนี้จะมีการนำ SL Numberplate ที่ถูกเก็บไว้ยังไม่เคยนำออกมาแสดงโชว์ที่พื้นที่ทางเข้าจำนวน 600 แผ่นหมุนเวียนกันไป มีพื้นที่ส่วนที่มีการจำลองหัวขบวนรถไฟให้สามารถเข้าไปขับได้โดยมีจอภาพฉายวิวเคลื่อนที่เหมือนกำลังขับรถไฟหรือขึ้นรถไฟของจริงอยู่ มีแบบจำลองขนาดใหญ่รวมขบวนรถไฟด่วนและชินคันเซ็นสายที่เรารู้จักกันดีพร้อมคำบรรยายของเจ้าหน้าที่รอบละประมาณ 10 นาที เช่น รถไฟด่วนขบวนนอน Cassiopeiaที่วิ่งจาก Ueno-Sapporo,ชินคันเซ็น HayabusaและYamabikoที่วิ่งไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น, รถไฟขบวนธรรมดา JR, รถไฟด่วน Narita Expressเป็นต้น

3. CollectionZone นอกจากมี Collection Galleryแล้วยังมีห้องสมุดอยู่บนชั้นสองของโซนไว้สำหรับเก็บสะสมเอกสารเกี่ยวกับชีวประวัติ ปฎิทินประจำปี สถิติ เทคโนโลยี ประวัติความเป็นมา และการขนส่งในแต่ละสาขาที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมโดยเฉพาะด้านรถไฟ รวมทั้งBlack Numberนิตยสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับรถไฟรวมประมาณ 34,000 เล่ม นอกจากนี้ยังมีตารางเวลารถไฟตั้งแต่สมัย  เมจิจนกระทั่งปัจจุบัน มีห้องเรียนทดลองเป็นเจ้าหน้าที่ขับรถไฟ โดยมีการติดตั้งแท่นควบคุมสำหรับ   ขับรถไฟอย่างง่ายๆ ติดจอภาพ 25 เครื่องนำมาจากต้นแบบของอุปกรณ์การฝึกเจ้าหน้าที่ขับรถไฟ JR East Japan Railway Companyโดยจะมีเจ้าหน้าที่ค่อยให้คำแนะนำเป็นโปรแกรมที่เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้เข้าร่วม

4. LearningZone ในชั้น 1 แบ่งเป็น Vehicle Factory Lab., Station Premise Lab., Design Lab.และในชั้น 2 และชั้น 3 สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการของรถไฟ ระบบขนส่งที่มีเสถียรและปลอดภัย กลไกการขับเคลื่อนตู้รถไฟและเบรคโดยใช้สิ่งที่ประกอบจากส่วนประกอบของรถไฟจริง

5. North Wingจะเป็นห้องโถงที่ใช้ฉายภาพหรือวีดีโอของทางพิพิธภัณฑ์ หรือใช้เวลามีอีเวนท์พิเศษต่างๆ โดยใช้จอภาพขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับภาพที่พบเห็น สามารถบรรจุได้ 180 ที่นั่ง

6. ParkZone เป็นพื้นที่ๆ อยู่ด้านนอกพิพิธภัณฑ์ นอกจากจะมีการตั้งโชว์ ขบวนรถไฟขนาดเล็กที่เราจะสามารถทดลองขับได้ความยาวของราง 1 รอบประมาณ 300 เมตร และ Mini Shuttle เป็นรถไฟที่วิ่งระหว่าง Entrance Zoneถึง North Wingให้สามารถขึ้นได้คล้ายอยู่ในสวนสนุกเป็นขบวนรถไฟขนาดเล็กวิ่งไปกลับบนรางรถไฟความยาวประมาณ 230 เมตร จากสถานนีMusuem Center Areaถึงสถานี  Musuem North Wingนอกจากนี้ยังมี Friendly Trainซึ่งเป็นที่ๆ ให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่มาเป็นกลุ่มสามารถรับประทานอาหารหรือพักผ่อนได้ด้วย เป็นต้น

7. Tepakku Hirobaเป็นสนามเด็กเล่นที่อยู่ทางทิศใต้ของพิพิธภัณฑ์สำหรับผู้ปกครองที่พาเด็กเล็กมาเที่ยว มีเครื่องเล่นสำหรับเด็ก เช่น กระดานลื่นแบบหัวรถไฟชินคันเซ็นE5 (Hayabusa) หรือ    โครงเหล็กสำหรับให้เด็กปีนเล่นรูปทรงเลียนแบบขบวนรถไฟฟ้า Keihintohoku Line และขบวนรถไฟที่สามารถให้เข้าไปนั่งทานอาหารเที่ยงได้ เป็นต้น

ระหว่างที่ศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์ สนร. และ นทร. ได้เห็นรถไฟระบบไอน้ำขบวนแรกที่นำเข้าจากประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 1876 ระบบรางแบบกงล้อที่ใช้สำหรับรถไฟระบบไอน้ำที่มีเส้นทางวิ่งขึ้นบนภูเขาสูง รถไฟชินคันเซ็นรุ่นแรก Series 0 Shinkansenพร้อมทั้งชมการแสดงระบบกลับหัวรถไฟสมัยเก่า โดยการ Simulation หัวรถไฟแบบระบบไอน้ำรุ่น C57หมายเลข 135 พร้อมลั่นเสียงแตร โดยมี 2 รอบต่อวัน เวลา 12.00 น.และ 15.00 น. พร้อมเจ้าหน้าที่บรรยายใช้เวลาประมาณ 10 นาที  โดยในโอกาสนี้นักเรียนทุนรัฐบาลของเราได้รับเลือกให้ขึ้นไปที่ห้องบังคับร่วมกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการกลับหัวรถไฟด้วย หลังจากนั้น ได้ลองรับประทานอาหารปิ่นโตที่จำหน่ายบนรถไฟเป็นอาหารเที่ยงร่วมกัน และแยกย้ายเป็นเวลาอิสระที่ให้ นทร.ชมพิพิธภัณฑ์ในส่วนที่ตัวเองมีความสนใจก่อนเดินทางกลับในเวลา 15.00 น.

Latest News

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4