Logo

โรงงานกำจัดขยะและโรงงานบริษัทAjinomotoเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 56

Aji1

เมื่อวันพุธที่ 28 ส.ค. 2556 สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศญี่ปุ่น (สนร.) ได้จัดกิจกรรมดูงานโรงงานกำจัดขยะ ประจำเขตมินาโตะ และโรงงานบริษัท Ajinomoto สาขา Kawasaki เพื่อให้นักเรียนไทยในญี่ปุ่นได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ และได้รับประสบการณ์จริงในการเรียนรู้เทคโนโลยี และวิทยาการของญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในประเทศไทยต่อไป

ในครั้งนี้สนร. ได้พานักเรียนไปยังโรงงานกำจัดขยะ ของเขตมินาโตะ (Minato Incineration Plant) ซึ่งเป็นโรงงานกำจัดขยะขนาดใหญ่ของกรุงโตเกียว เพื่อให้นักเรียนไทยเรียนรู้ระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ โรงงานกำจัดขยะ ของเขตมินาโตะแห่งนี้ จะดำเนินการกำจัดเฉพาะขยะประเภทเผาได้เท่านั้น

 

ในประเทศญี่ปุ่นมีความเข้มงวดในการแยกขยะ แบ่งเป็น

 

-                   ขยะเผาได้ (Combustible waste) ส่งเข้าเตาเผาขยะ

 

-                   ขยะเผาไม่ได้ (Incombustible waste) ส่งไปยังศูนย์จัดการขยะเผาไม่ได้

 

-                   ขยะขนาดใหญ่ (Large-sized waste) ส่งไปยังสถานจัดการทำลายขยะขนาดใหญ่

 

-                   ขยะรีไซเคิล (Resources) ส่งต่อโรงงานหรือบริษัทเอกชนผู้รับจัดการขยะรีไซเคิล

 

แต่ละเขต จะกำหนดวันทิ้งขยะโดยแยกประเภทชัดเจน เพื่อให้สะดวกต่อการรวบรวมขนส่งไปจัดการต่อ (รายละเอียดวิธีการแยก แต่ละเขตจะแตกต่างกัน ผู้ที่ย้ายเข้าอาศัยในแต่ละเขตจะได้รับใบแจ้งรายละเอียดวิธิการแยกและวันทิ้งขยะ)

 

                 เจ้าหน้าที่ของโรงงานได้อธิบาย ภาพรวมขั้นตอนการดำเนินการ การกำจัดขยะ ณ โรงงานแห่งนี้ ดังนี้

 

-                                                   รถเก็บขยะออกรวบรวมขยะในพื้นที่มาเข้าที่โรงงาน กำจัดขยะ รถที่ใช้ในการเก็บขยะมีทั้งที่ดำเนินการโดยเขตเอง หรือบริษัทเอกชนผู้รับดำเนินการอีกทีซึ่งจะมีการลงทะเบียนกับทางเขตไว้ล่วงหน้า

 

-                                                   เมื่อมาถึงโรงงานกำจัดขยะ ก่อนเข้าภายในอาคาร จะมีด่านชั่งน้ำหนัก เพื่อให้ทราบน้ำหนักของขยะที่ถูกขนส่งเข้ามาในแต่ละครั้ง

 

-                                                   รถเก็บขยะขนขยะเข้ามาที่ Platform ซึ่งบริเวณนี้มีการปรับระดับความกดอากาศ เพื่อควบคุมไม่ให้อากาศและกลิ่นจากโรงเผาขยะออกไปภายนอก รถเก็บขยะที่ขนขยะเข้ามา เทขยะลงใน Bunker ซึ่งเป็นที่พักขยะเพื่อนำเข้าเตาเผาด้วยเครนขนาดใหญ่ เครนจะรวบขยะขึ้นส่งเข้าบริเวณเตาเผา

 

-                                                   ดำเนินการลำเลียงเข้าเตาเผาขยะ (โรงงานกำจัดขยะเขตมินาโตะ มีเตาเผา 3 เตา ความสามารถในการเผาทำลายสูงสุดรวม ขยะ 900 ตันต่อ 1 วัน) อุณหภูมิภายในเตาสำหรับการเผาทำลายสูงถึง 800 องศาเซลเซียส ในขั้นตอนนี้กลิ่นและเชื้อโรคจะถูกกำจัดไปด้วยความร้อนสูง เมื่อเผาขยะแล้วขยะจะกลายเป็นขี้เถ้า ปริมาณจะลดลงเหลือเพียง 5%ของปริมาณขยะที่ถูกเผา จากนั้นขนส่งขี้เถ้าไปฝังตามพื้นที่ที่มีการกำหนด หรือนำส่งไปยังโรงงานหลอม เพื่อหลอมเป็น Slag (ปริมาณ Slag ที่ได้จะเป็น 1/40 ของปริมาณขยะที่ถูกเผา) ใช้เป็นวัสดุก่อสร้างต่อไป

 

-                                                   ไอน้ำที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการเผาขยะ จะลอยขึ้นไปใน Boiler เพื่อใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าหรือสระว่ายน้ำปรับอุณหภูมิเป็นต้น (ณ โรงงานแห่งนี้จะนำไปผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในโรงงานเอง และส่วนที่เหลือจากการใช้งานสามารถส่งกลับไปขายให้โรงงานไฟฟ้าภายนอก ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าเต็มอัตราของโรงงานนี้ คือ 22,000 kW ต่อวัน แต่ในความเป็นจริงจะผลิตไม่ถึง ขึ้นอยู่กับปริมาณขยะด้วย) ส่วนไอเสียที่เหลือจะถูกส่งต่อไปที่หอลดอุณภูมิ เมื่อไอเสียเย็นลง จะถูกดูดผ่านฟิลเตอร์กรองดักจับละอองฝุ่น และส่งต่อไปเครื่องบำบัดอากาศเสียด้วยสารเคมี สุดท้ายจึงผ่านหอทำลายอนุภาคสสารอันตราย ที่ยังหลงเหลือ ก่อนจะปล่อยออกปล่องควัน

 

-                                                   น้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการกำจัดขยะ จะผ่านการบำบัดน้ำเสียให้ได้ตามเกณฑ์กำหนดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนจะปล่อยออกตามท่อน้ำเสียต่อไป

 

เมื่อเจ้าหน้าที่อธิบายรายละเอียดพร้อมชมวีดีโอเสร็จแล้ว จึงเข้าชมโรงงาน เริ่มตั้งแต่ Platform จุดที่รถขนขยะนำขยะเข้ามาเทลงใน Bunker ในนี้จะได้เห็นการทำงานของเครนขนาดใหญ่ โดยปกติเครนจะทำงานโดยอัตโนมัติโดยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม แต่ในวันที่มีขยะเข้ามาในปริมาณมาก ต้องการให้เร็วขึ้น จะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมคันบังคับด้วยมือ ในห้อง Bunker นี้ ได้ติดตั้งท่อดับเพลิงไว้ด้วยเพราะในบางครั้งการแยกขยะจากครัวเรือนที่ไม่เหมาะสม นำเอากระป๋องแก็สเชื้อเพลิงหรือไฟแช็คทิ้งรวมมาด้วย เกิดประกายไฟขึ้น และกลายเป็นเพลิงไหม้ ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในขั้นตอนขนส่งด้วยรถ หรือใน Bunker พักขยะ ใน Bunker จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือการเกิดเหตุเพลิงไหม้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

จากนั้นชมห้องควบคุมศูนย์กลาง มีเจ้าหน้าที่อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยดูสภาพมาตรวัดต่างๆ ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ ไฟฟ้าที่ถูกใช้ไปในวันนั้น เป็นศูนย์กลางระบบคอมพิวเตอร์สำหรับควบคุมการดำเนินการทั้งหมดภายในโรงงาน ส่วนเตาเผาจะชมได้จากภายนอกกำแพงเท่านั้น สภาพภายในเตาเผาจะมีกล้องวงจรปิดตั้งตั้งบันทึกโดยผ่านกระจกกันความร้อนอีกชั้นหนึ่ง แล้วจึงไปชมเครื่อง Boiler ตัวผลิตไฟฟ้าจากไอน้ำ ท้ายสุดเจ้าหน้าที่พาดูห้องวิจัย มีไว้เพื่อการวิเคราะห์สาร ตัวอย่างน้ำเสีย เป็นต้น

 

นักเรียนได้ให้ความสนใจ มีคำถามต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบคำถามชี้แจงได้อย่างละเอียด หลังจากนั้นเมื่อถึงเวลาอันควร จึงจบการดูงานในช่วงเช้า

 

ช่วงบ่าย สนร. ได้พานักเรียนเดินทางต่อไปดูงาน ณ โรงงานบริษัท Ajinomoto สาขา Kawasaki Factory เริ่มจากเจ้าหน้าที่ได้อธิบายประวัติและผลิตภัณฑ์ของบริษัท

 

จุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ คือ อาจารย์ของ Tokyo Imperial University (ปัจจุบันคือ The University of Tokyo) อาจารย์ Dr.Kikunae Ikeda มีแนวคิดว่ารสชาตในอาหารนั้น นอกจากรสหวาน เค็ม ขม เปรี้ยว แล้วยังมีรสอื่นแอบแฝงอยู่อีก จึงได้เริ่มวิจัยสาหร่าย Konbu จนค้นพบ Glutamic Acid ซึ่งเป็นตัวผลิตรสชาติอีกรสชาติหนึ่ง ตั้งชื่อว่า รส Umami (รสอร่อย) และผลิต Ajinomoto ขึ้นเพื่ออธิบายรสชาตินี้ เจ้าหน้าที่โรงงานได้ให้คณะสนร. ทดลองชิมน้ำมิโซะ (เต้าเจี๊ยวญี่ปุ่น) เปล่าๆก่อน จากนั้นเหยาะ Ajinomoto ลงไปแล้วชิมรสอีกที ผลที่ได้คือ ซุปมีรสเข้มขึ้น กลมกล่อมขึ้น นั่นคือรส Umami นั่นเอง ผง Ajinomoto นั้นถ้าลองชิมเปล่าจะไม่มีรสอะไรเป็นพิเศษ แต่เป็นผงที่จะทำปฏิกิริยา เมื่อนำไปผสมในอาหาร ดึงรสชาติของวัตถุดิบอื่นๆขึ้นมาให้อร่อย

 

Ajinomoto ที่จำหน่ายในแต่ละประเภทผลิตจากวัตถุดิบที่แตกต่างกัน เช่น ในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันสกัด Glutamic Acid จากอ้อย ส่วนที่จำหน่ายในประเทศไทย สกัดจากมันสำปะหลัง เป็นต้น ไม่ว่าวัตถุดิบที่ใช้จะเป็นอะไร สาร Glutamic Acid ที่ได้คือสารชนิดเดียวกัน ดังนั้นผลิตภัณฑ์ Ajinomoto ทั่วโลกเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งสิ้น

 

Dr.Kikunae Ikeda ได้เริ่มผลิต Ajinomoto เป็นสินค้า และจำหน่าย ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1909 ต่อมาในปี ค.ศ. 1914 จึงเปิดโรงงาน Kawasaki Factory แห่งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานในประเทศญี่ปุ่น 3 แห่ง Kawasaki Factory เป็นโรงงานหลักมีพื้นที่ใหญ่ที่สุด

 

บริษัท Ajinomoto ได้พัฒนาเพิ่มผลิตภัณฑ์ขึ้นมามากมาย นอกจากเกี่ยวข้องกับ ผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารแล้วยังมี เครื่องดื่มจำพวก Sport Drink กาแฟ หรือ แม้กระทั่งเครื่องสำอางค์ ครั้งนี้ทางบริษัทได้จัดให้เราเข้าชมโรงงาน 2 โรงคือ โรงผลิต Hondashi (ผงซุป) และ โรงผลิต Cook do (ซอสปรุงอาหารสำเร็จ)เริ่มจาก ดูโรงผลิต Cook do ชมวีดีโอวิธีการผสมเครื่อง และดูเครื่องจักรที่ใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์ จากนั้นดูส่วนผลิต Hondashi บริษัท Ajinomoto สั่งซื้อปลาโอ (Katsuo) มาผ่านกรรมวิธีการรมควัน อบแห้ง นำมาป่นเป็นผง นักเรียนได้เข้าดูในส่วนของขั้นตอนการลำเลียงผงซุป เพื่อบรรจุลงซองสำหรับจำหน่าย และได้ชิมข้าวปั้นที่ปรุงรสด้วยผง Hondashi ด้วย

 

ท้ายสุดได้ชมห้องนิทรรศการ ความเป็นมาและข้อมูลทั่วไปของบริษัท เป็นอันสิ้นสุดการดูงานในครั้งนี้

 

 

Royal Thai Embassy 3-14-6, Kami-Osaki, Shinagawa-ku, Tokyo JAPAN 141-0021.
Copyright © 2013 | Office of Educational Affairs in Japan All rights reserved.